Author Archives: Thai Herb

สมุนไพรกับการบำรุงและรักษาปัญหา หนังศีรษะและเส้นผม

สมุนไพรกับการบำรุงและรักษาปัญหา หนังศีรษะและเส้นผม

 

สมุนไพรบำรุงผมให้ดกดำเงางาม และแก้ปัญหาผมแตกปลาย

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

 

 

สมุนไพรรักษารากผม ทำให้ผมหงอกช้า

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรผมหงอกช้า

สมุนไพรผมหงอกช้า

 

 

 

สมุนไพรแก้ผมร่วง และศีรษะล้าน

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

 

 

 

สมุนไพรป้องกันรังแค ทำให้ผมดกดำ

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรป้องกันรังแค

สมุนไพรป้องกันรังแค

 

 

 

สมุนไพรแก้ปัญหาชันนะตุ

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

 

 

 

สมุนไพรแก้ปัญหาผมมัน

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรรักษาผมมัน

สมุนไพรรักษาผมมัน

 

 

 

สมุนไพรรักษาเหา

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรกำจัดเหา

สมุนไพรกำจัดเหา

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรบำรุงผมให้ดกดำเงางามและแก้ปัญหาผมแตกปลาย

                    

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

    ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย วัยรุ่น หรือคนเฒ่าคนแก่ก็อยากที่จะมีผมดำเงางาม และสุขภาพผมดีไม่แตกปลาย วิธีที่จะช่วยคุณได้นั่นก็คือ การใช้สมุนไพรใกล้ตัวคุณนั่นเอง ตะไคร้ คราวนี้เรามาดูกันว่าตะไคร้จะช่วยคุณให้มีผมดกดำเงางามและไม่แตกปลายได้อย่างไร

ตะไคร้

ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมให้คุณได้อย่างปลอดภัย เพียงแค่คุณนำ     ต้นตะไคร้มาสัก 3-4 ต้น นำมาล้างให้สะอาด จากนั้นแกะเปลือกนอกที่แข็งๆ ของตะไคร้ออก สัก 2-3 เปลือก แล้วนำมาหั่นเป็นท่อนเล็กๆ จะตำหรือใส่เครื่องปั่นก็ได้แต่ต้องทำให้ได้เนื้อตะไคร้ที่ละเอียด ๆ จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำตะไคร้เข้มข้นที่ได้จากการปั่นหรือตำจนละเอียด นำน้ำตะไคร้ที่ได้มาใส่ผมที่สระสะอาดแล้ว หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้น้ำตะไคร้หมักผมหลังสระผมทุกครั้ง ควรทำติดกันเป็นเวลา 1-2 เดือน

ผลที่ได้ก็คือ คุณจะมีผมที่ดกดำเงางาม และไม่มีปัญหาเส้นผมแตกปลาย แถมยังทำให้เส้นผม      ของคุณมีน้ำหนักอีกด้วย


 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรรักษารากผมทำให้ผมหงอกช้า

สมุนไพรผมหงอกช้า

สมุนไพรผมหงอกช้า

                        คุณที่ต้องการมีรากผมที่แข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยกลางคนพี่อยากให้ผม           ที่ขึ้นใหม่ไม่งอกเลยชะลอการงอกของเส้นผมให้ช้าลง ขอแนะนำให้ใช้สมุนไพรชนิดนี้ในการดูแลรักษา รักผมและทำให้      ผมของคุณงอกช้า นั่นคือ กระเทียม และ เหงือกปลาหมอดอกม่วง

กระเทียม

กระเทียมสามารถช่วยทำให้รากผมของคุณแข็งแรงและหงอกช้าได้ เพียงแค่คุณนำกระเทียม 3-4 กลีบหรือหัวมาปอกเปลือกออก แล้วนำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมรวมกันกับน้ำมันมะกอกประมาณ 5-8     ช้อนโต๊ะ แล้วนำส่วนผสมที่ได้ใส่ถ้วยหรือขวดปิดฝาให้แน่นทิ้งไว้ 1-2 วัน จากนั้นนำมาใช้ได้โดยการนำมานวดให้ทั่ว     หนังศีรษะที่สระสะอาดแล้ว จากนั้นหมักทิ้งไว้ 30-45 นาที โดยนำผ้าขนหนูมาโพกศีรษะไว้ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วสระใหม่อีกครั้ง ทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 1-2 เดือน

เหงือกปลาหมอดอกม่วง

เหงือกปลาหมอดอกม่วงเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยรักษารากผมของคุณให้แข็งแรงได้ เพียงแค่คุณนำใบของต้นเหงือกปลาหมอดอกม่วงประมาณ 10 ใบมาตำหรือปั่นให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำของใบเหงือกปลาหมอดอกม่วงแล้วนำมาทาให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม ทิ้งไว้ 5-10  นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และสระผมตามปกติทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกัน 1 เดือน

ผลที่ได้คือ รากผมของคุณจะแข็งแรง ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ผมมีสุขภาพดีขึ้น

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรแก้ผมร่วงและศีรษะล้าน

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

 หากคุณมีปัญหาผมร่วงและศีรษะเริ่มที่จะล้านมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปสมุนไพรที่จะช่วยคุณได้ต่อไปนี้คือ เปลือกส้มเขียวหวาน และ ขิง ช่วยได้อย่างไรน่ะเหรอ…ง่ายมาก

เปลือกส้มเขียวหวาน สามารถช่วยให้ผมของคุณหายร่วงและส่วนที่ร่วงออกไปก็กลับงอกงามขึ้นมาใหม่อีกครั้งและจะไม่ร่วงอีก โดยการนำเปลือกส้มเขียวหวานจากส้มเขียวหวานประมาณ 4-5 ลูกนำมาตำหรือปั่นให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำของเปลือกส้มเขียวหวาน จากนั้นนำน้ำที่ได้จากเปลือกส้มเขียวหวานมาทาตรงบริเวณ หนังศีรษะที่มีผมร่วงบ่อย หรือบริเวณหนังศีรษะที่ร้านควรทาทิ้งไว้ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดทิ้งไว้ควรทาน้ำคั้นเปลือกส้มเขียวหวานตรงบริเวณที่ผมร่วงและศีรษะ ล้านประจำทุกวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน

ผลที่ได้ก็คือ บริเวณหนังศีรษะที่ล้านและมีผมร่วงบ่อยนั้นจะหยุดร่วงและมีผมใหม่ขึ้นมา

 

 

ขิง ขิงเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยบำรุงเส้นผมและป้องกันผมร่วง ช่วยทำให้รากผมแข็งแรงไม่แพ้เปลือกส้มเขียวหวาน  โดยนำขิงแก่ 1 แง่ง มาสับหรือตำให้ละเอียด นำผ้าขาวบางมาห่อขิงที่ตำละเอียดไว้แล้วนำไปนึ่งประมาณ 5 นาที หรืออบในเตาไมโครเวฟสัก 2 นาที พอให้น้ำมันหอมระเหยและตัวยาที่อยู่ในขิงออกมา จากนั้นนำผ้าขาวบางที่ห่อขิงอยู่ออกมารอให้อุ่นก่อน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่ผมร่วงหรือศีรษะล้าน ใช้เวลาในการคลึงประมาณ 20 นาที จากนั้น สระผมด้วยน้ำสะอาด ควรทำแบบนี้ทุกวันติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์

ผลที่ได้คือ ผมของคุณจะหยุดร่วงและมีผมใหม่ขึ้นมาบริเวณหนังศีรษะที่ผมร่วง ถ้าจะให้ได้ผลเป็นที่แน่นอนและดีขึ้นเรื่อยๆ คุณควรทำติดต่อกันประมาณ 4 สัปดาห์ จากนั้นให้ลดเหลือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แค่นี้ผมของคุณ  ก็จะหยุดร่วง เส้นผมมีสุขภาพดี รากผมแข็งแรง และศีรษะไม่ล้าน

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรป้องกันรังแค ทำให้ผมดกดำ

สมุนไพรป้องกันรังแค

สมุนไพรป้องกันรังแค

  ผู้ที่มีปัญหารังแคกวนใจ ผมไม่ดกดำเงางาม ทำให้ขาดความมั่นใจในการโชว์ผมสวยของตัวคุณเอง  เราขอแนะนำสมุนไพรที่จะช่วยทำให้ความมั่นใจในการโชว์ผมสวยของคุณกลับมาได้ สมุนไพรที่ว่านี้ก็คือ มะกรูด      ว่านหางจระเข้ และ บวบอ่อน สมุนไพรทั้งสามชนิดนี้จะช่วยคุณได้อย่างไรน่ะเหรอ…มาดูกัน

มะกรูด เป็นที่รู้กันดีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้วว่ามะกรูดช่วยในการรักษารังแคกวนใจ สรรพคุณในการรักษารังแคบนหนังศีรษะของมะกรูดนั้นเป็นเลิศ แถมคุณยังได้ผมที่นุ่มสลวย เงางามเป็นของแถมอีกด้วย ง่ายมากกับสูตรนี้เพียงแค่คุณนำมะกรูดที่แก่จัดมา 1 ผล จัดการผ่ามันออกมาเป็นสองซีก จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำมะกรูด นำน้ำมะกรูดที่ได้มาทา   ให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมที่สระสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้สัปดาห์ละ       3-4 ครั้ง ติดต่อกัน 1 เดือน

ผลที่ได้คือ รังแคบนหนังศีรษะของคุณจะลดลงและหายไป ผมของคุณจะดกดำเงางามและนุ่มสลวย และถ้าไม่อยากให้รังแคกลับมากวนใจอีก คุณควรหมักผมด้วยน้ำมะกรูด สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หลังสระผม แค่นี้รังแคก็จะไม่กลับมากวนใจคุณอีกต่อไป

 

 

ว่านหางจระเข้ นอกจากมะกรูดแล้ว ว่านหางจระเข้ก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยให้คุณมีผมที่ดกดำเงางาม      หนังศีรษะชุ่มชื้นลดปัญหารังแค เพียงแค่นำใบว่านหางจระเข้มา 2-3 กาบ ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ออก แต่นำเนื้อวุ้นที่มีทั้งเมือกสีเหลืองและสีขาวใส มาสับหรือปั่นให้ละเอียด แล้วนำไปชโลมให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม โดยการใช้ปลายนิ้วมือขยี้และนวดเบาๆ ให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม จากนั้นหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที โดยใช้ผ้าขนหนูโพกคลุมให้ทั่วศีรษะ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วสระผมใหม่อีกครั้ง ควรทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน

ผลที่ได้คือ เส้นผมของคุณจะดกดำเงางาม และหนานุ่ม ลดปัญหารังแคกวนใจ หนังศีรษะชุ่มชื้น   หากจะทำให้ผมสวยดกดำเงางามแบบนี้ตลอดไป ควรหมักผมด้วยว่านหางจระเข้สัปดาห์ละครั้งผมของคุณจะมีสุขภาพดีตลอดไป

 

 

บวบอ่อน สามารถแก้ปัญหาอาการคันจากการมีรังแคได้ ง่ายมาก…โดยการนำบวบอ่อน 1-2 ลูก       มาปอกเปลือกออก เอาแต่เนื้อของบวบ หั่นบวบ เป็นท่อนๆ แล้วนำมาปั่นให้ละเอียดนำบวบปั่นจนละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำนำไปทาให้ทั่วศีรษะบริเวณที่มีอาการคันรังแค หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์

ผลที่ได้คือ อาการคันที่เกิดจากรังแคพร้อมทั้งรังแคจะหายไป หากอยากหายจากอาการคันรังแคให้  ไม่กลับมาคันใหม่อีก ควรทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ปัญหาคันที่เกิดจากรังแคจะไม่กลับมากวนใจคุณอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรแก้ปัญหาชันนะตุ

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

 ชันนะตุ ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อราหนังศีรษะจนเป็นตุ่มแผลพุพอง มีน้ำเหลืองไหลเป็นที่รังเกียจของบุคคลอื่น และทำให้เสียสุขภาพจิตสำหรับคนที่เป็น เพราะไม่สามารถที่จะออกไปพบปะผู้คนได้ แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับเด็กเล็ก น้อยมากที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ มีสมุนไพรที่สามารถช่วยรักษาโรคชันนะตุบนหนังศีรษะของคุณได้      นั่นคือ มะคำดีควาย น้ำมันมะพร้าวและขมิ้นชัน

มะคำดีควาย  ประคำดีควายเป็นพืชสมุนไพรประเภทไม้ยืนต้น มีลักษณะกลมซึ่งมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยยับยั้ง       การเจริญเติบโตของเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคชันนะตุได้เป็นอย่างดี โดยนำผลมะคำดีควายไปทุบให้แตก นำไปแช่น้ำประมาณ      5-10 นาที จากนั้นนำมาสระผมทุกวันวันละ 1 ครั้ง ในตอนเช้าจะช่วยรักษาโรคชันนะตุได้

 

น้ำมันมะพร้าว มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยรักษาโรคชันนะตุบนหนังศีรษะของเด็กเล็ก ได้โดยให้สระผมเด็กด้วยสบู่ทุกเช้า จากนั้นนำน้ำมะพร้าวมาทาตรงบริเวณที่เป็นชันนะตุทุกเช้าและเย็นน้ำมันมะพร้าว จะช่วยให้ชันนะตุละลายและหลุดลอกออกมาและทำให้หายจากการเป็นชันนะตุได้

 

ขมิ้นชัน มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการรักษาโรคชันนะตุได้เป็นอย่างดี โดยนำหัวขมิ้นชัน 1-2 หัว       มาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำไปตำให้ละเอียดผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ทาบริเวณที่เป็นชันนะตุทุกวัน วันละ       2 ครั้ง คือ ในตอนเช้าและตอนเย็นหลังสระผม แล้วจะช่วยให้รักษาโรคชันนะตุได้ หรือนำขมิ้นชัน 1 หัว เนื้อมะพร้าวแก่     1 ชิ้นเล็ก ใบมะลิ 1 กำมือ นำทุกอย่างมาตำรวมกันให้ละเอียด จากนั้นนำไปทาตรงบริเวณที่เป็นชันนะตุทุกวัน วันละ        2 ครั้ง คือในตอนเช้าและเย็นหลังสระผมด้วยสบู่ จะช่วยรักษาโรคชราตัวให้หายไปได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรแก้ปัญหาผมมัน

สมุนไพรรักษาผมมัน

สมุนไพรรักษาผมมัน

หากคุณมีปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะมันเยิ้ม และสร้างความรำคาญใจให้กับคุณ ทำให้คุณต้อง    สระผมอยู่เป็นประจำแล้วล่ะก็ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยสมุนไพร นั่นคือ มะละกอ

 

มะละกอ นอกจากจะเป็นผลไม้ที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว มะละกอยังช่วยแก้ปัญหา     เส้นผมจากภายนอกได้อีก โดยการนำมะละกอสุกมาปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สักหนึ่งถ้วยตวง จากนั้นนำไปปั่นผสมกับน้ำหนึ่งถ้วย ปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำมะละกอ นำมะละกอมาชโลมให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมที่สระสะอาดแล้ว จากนั้นหมักทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ไม่ต้องสระผมอีก ทำแบบนี้สัปดาห์สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน

ผลที่ได้คือ ผมของคุณจะหายมันเยิ้ม เส้นผมนุ่มสลวยเงางาม หากไม่ต้องการให้ผมกลับมามันเยิ้มอีก คุณควรทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกันไปเรื่อยๆ จะช่วยลดปัญหาผมมันได้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรรักษาเหา

สมุนไพรกำจัดเหา

สมุนไพรกำจัดเหา

 หากคุณมีลูกหลานที่เป็นเหา คุณสามารถช่วยแก้ปัญหาเหาที่สร้างความรำคาญและคันศีรษะให้กับลูกหลานของคุณ ได้ด้วยพืชสมุนไพรที่ปลอดภัยใกล้ตัวคุณ นั่นคือ ใบน้อยหน่า ผลมะกรูด ใบสะเดาและมะตูม วิธีการกำจัดเหามีดังนี้

 

ใบน้อยหน่า เป็นยาสมุนไพรที่ใช้ในการกำจัดเหามาตั้งแต่โบร่ำโบราณถึงปัจจุบันนี้ก็ยังสามารถใช้ได้ผลนักแล โดยนำใบน้อยหน่า 5-10 ใบ มาสับหรือตำให้ละเอียดแล้วผสมน้ำเล็กน้อย คั้นให้น้ำจากใบน้อยหน่าออกมา จากนั้นใช้ทั้งกากและน้ำของใบน้อยหน่าทาให้ทั่วผมและหนังศีรษะ เอาผ้าขนหนูมาโพกให้ทั่วศีรษะ  หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้น้ำใบน้อยหน่าเข้าตา เพราะจะทำให้แสบตา จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสระผมใหม่อีกครั้ง แล้วใช้หวีสางเอาไข่เหาและตัวเหาออก ควรทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันจนกว่าไข่เหาและเหาจะหมดไป

ผลที่ได้คือ อาการคันศีรษะจากเหาจะหายไปไข่เหาและตัวเหาลดลงและหมดไปในที่สุดและไม่กลับมาเป็นอีก หากรักษาความสะอาดของเส้นผมและไม่อยู่ใกล้คนที่เป็นเหา

                       

มะกรูด ใช่ว่าจะมีแค่มะกรูดเท่านั้นที่ช่วยกำจัดเหาได้ มะกรูดก็สามารถกำจัดและฆ่าหอได้เช่นกัน โดยนำมะกรูดที่แก่จัดผลใหญ่หนึ่งผลนำไปเผาไฟหรือย่างให้สุก จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นจึงค่อยผ่าครึ่งแล้วคั้นเอาแต่น้ำมะกรูด นำน้ำมะกรูดมาทาให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ จากนั้นใช้หวีซี่เล็กหรือหวีเสนียดมาสางเส้นผม ไข่เหาและตัวเหาจะหลุด ติดวีออกมา ทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกัน 3-4 สัปดาห์

ผลที่ได้คือ เหาและไข่เหาถูกกำจัดออกไปจนหมดและไม่เกิดอาการคันศีรษะเพราะเหาอีก

                       

ใบสะเดา ก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่ช่วยกำจัดเหาได้ โดยนำใบสะเดาแก่ 3 กำมือ มาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นผสมน้ำเล็กน้อย ขยำให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง  1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วสระผมมาอีกครั้งทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้งติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์

 ผลที่ได้คือ เหาและไข่เหาถูกกำจัดจนหมดไป

                       

มะตูม ก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการกำจัดเหาได้เช่นเดียวกัน แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักถึงสรรพคุณในการกำจัดเหา เหมือนใบน้อยหน่าก็ตาม แต่มะตูมนั้นก็สามารถกำจัดเหาได้ชะงัดนัก โดยนำผลมะตูมสุก 1 ผล มาผ่าซีก จากนั้นเอายางจากผลมะตูมมาทาให้ทั่วศีรษะ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ผลที่ได้คือ เหาจะตายหมดเพราะฤทธิ์ของยังมะตูม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

หญ้าฝรั่น ช่วยในเรื่องการดูแลสายตา ถนอมและบำรุงสายตา

สาวก iPhone เริ่มคึกคักกันอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงเวลางานประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนยอดนิยมของค่าย Apple ปีนี้คาดว่าจะมีการเปิดตัว iPhone 7 ซึ่งหลายต่อหลายคนคาดหวังว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ที่ทำให้เกิดความแปลกใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง กระแสข่าวลือ ถึงสเปคเครื่องและลูกเล่นแปลกใหม่แบบต่างๆ มีกระจายออกมาเป็นระยะๆ ที่วิเคราะห์กันมากก็เห็นจะได้แก่เรื่องกล้อง ที่ iPhone 7 น่าจะออกมาเป็นแบบ Dual Camera หรือกล้องคู่ ที่สามารถช่วยให้ถ่ายภาพได้ในมุมที่กล้องขึ้น และสามารถเลือกจุดโฟกัสที่ต้องการได้ในภายหลัง แม้มันจะไม่ได้เป็นของใหม่ เพราะมีโทรศัพท์รุ่นอื่นเคยมีมาก่อนแล้ว แต่ก็เป็นไปได้ เพราะ iPhone จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพื่อต่อสู้กับคู่แข่งในตลาดโทรศัพท์ นอกจากนี้ก็มีเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก ที่ดีไซน์น่าจะออกมาล้ำสมัย และการตัดช่องเสียบหูฟังออกเพื่อให้ทันสมัยมากขึ้น… แต่จะรู้ความจริงว่ามันจะเป็นอย่างไรแน่ก็คงต้องรอไปจนถึงเดือนกันยายนอันเป็นช่วงเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่

แต่ไม่ว่าอย่างไรการเปิดตัวก็ย่อมสร้างความตื่นตัวในแวดวงมือถือ และ… กระตุ้นให้คนหันมาใช้โทรศัพท์มากขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่… สิ่งที่ตามมาและเราควรสนใจให้มากด้วยก็คือ เรื่องของ… สายตา คนเราทุกวันนี้เพ่งมองใช้สายตาหนักมากจากการเสพภาพและตัวหนังสือผ่านโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งการใช้สายตามากๆ แน่นอนว่าไม่เป็นผลดี ซึ่งเรื่องนี้ เราก็มีแง่มุมในด้านการใช้สมุนไพรมานำเสนอ…

สมุนไพรที่น่าสนใจสำหรับการดูแลสายตามีอยู่หลายชนิด แต่ที่โด่งดังมากก็เห็นจะได้แก่สมุนไพรแห้งที่ชื่อว่า หญ้าฝรั่น เป็นสมุนไพรที่หายากและมีราคาพอสมควร แต่ก็มีสรรพคุณในด้านการดูแลสุขภาพ และมีกลิ่นและสีที่เป็นเอกลักษณ์มีคนนิยมใช้เป็นจำนวนมากทั่วโลก

สรรพคุณของหญ้าฝรั่น สามารถช่วยในเรื่องการดูแลสายตาได้เป็นอย่างดี มันช่วยถนอมและบำรุงสายตา ลดโอกาสในการป่วยด้วยอาการโรคจอประสาทตาเสื่อม ได้ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณลดความเครียดรักษาอาการโรคซึมเศร้า คลายอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ ลดคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด แก้บิดและแก้ไข้ ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การใช้ หญ้าฝรั่น มีข้อควรระวัง ไม่ควรใช้ในปริมาณมาก จะทำให้เกิดอาการเวียนหัว อาเจียน เลือดตกภายใน ถ่ายเป็นเลือด มีเลือดออกในมดลูก ทำให้เลือดกำเดาไหล และมีอาการอ่อนเพลียกล้ามเนื้ออ่อนแรง ดังนั้นจึงต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และสตรีมีครรภ์ควรระวังให้มากในการใช้สมุนไพรชนิดนี้ สำหรับปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภค ก็ไม่ควรเกิน 1.5 กรัม/วัน

สมุนไพรที่สามารถช่วยเหลือบรรเทาและรักษาอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

ข่าวล่ามาด่วน ! ผืนป่าเชิงดอยสุเทพเกิดเพลิงไหม้ระดมเจ้าหน้าที่ดับกันจ้าละหวั่น เมื่อช่วยเย็นไปถึงค่ำของวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ความร้อนของอากาศผสานความแห้งแล้ง ที่เกิดขึ้นมานาน ทำให้ฝนฟ้าที่ตกลงมาอาทิตย์ก่อนไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก… ข่าวไฟไหม้ กับช่วงนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องคู่กัน และไม่ได้เกิดแค่ที่เชียงใหม่ แต่มีข่าวการเกิดเพลิงไหม้ที่นั่นที่นี่เต็มไปหมด สาเหตุมาจากอากาศร้อนและความประมาทของคนที่เข้าไปทำอะไรในป่า ซึ่งหลังจากดับเพลิงได้ สิ่งที่ตามมาก็คือ ปัญหาเรื่องหมอกควัน ที่ดูเหมือนเป็นๆ หายๆ ปีนี้ในเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนก็ยังมีข่าวปัญหาการเกิดหมอกควันอยู่เป็นระยะๆ เมื่อมามีเพลิงไหม้ไฟป่าครั้งใหญ่แบบนี้ ก็แทบจะแน่ใจได้เลยว่านอกเหนือจากความเสียหายที่เกิดการไหม้ของไฟแล้ว สภาพอากาศก็คงแย่ลงไปด้วยเช่นกัน…

ด้วยสภาพแบบนี้ ที่มีหมอกควันเพลิงไหม้เกิดขึ้นบ่อยๆ มันทำให้เกิดปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจได้ง่าย และแน่นอนมันมีผลกระทบกับผู้ป่วยที่มีอาการระบบทางเดินหายใจและผู้มีมีร่างกายอ่อนแอได้ง่าย… ซึ่งเรื่องนี้ แม้ว่าไฟป่าเราจะไม่สามารถไปช่วยเขาได้มากนัก เพราะดีที่สุดเป็นเรื่องเฝ้าระวัง และการเข้าถึงจุดเพลิงไหม้ให้เร็วที่สุดก่อนลุกลาม… แต่เราก็มีความรู้ในเรื่องสมุนไพร ที่สามารถเอามาแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงจากปัญหามลพิษทางอากาศได้

สมุนไพรที่สามารถช่วยเหลือบรรเทาและรักษาอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ที่หาได้ง่ายๆ ในบ้าน ก็อาทิเช่น…

หอมแดง มีกลิ่นหอมฉุน และมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ภายใน มีสรรพคุณช่วยต่อต้านการอักเสบ ระคายเคืองภายในระบบทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี วิธีใช้ บุบพอแตกเอาไปต้มในน้ำร้อนสูดดมไอระเหยทำให้จมูกโล่ง

ไพล สมุนไพรกลิ่นหอมแรง สามารถใช้บดเป็นส่วนผสมในสมุนไพรอบตัวหรือ หรือ ผสม ไพล ดีปลี กานพลู และพิมเสน ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน เป็นตำรับแก้โรคหอบหืด

กระเทียม สมุนไพรที่หาได้ง่ายมากๆ อีกอย่างมีอยู่แทบทุกครัว กระเทียมมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการโรคทางเดินหายใจอักเสบ โดยเฉพาะแบบเรื้อรัง เนื่องจากมีสรรพคุณเป็นยาปฏิชีวนะ และเสริมภูมิคุ้มกัน

หนุมานประสานกาย พืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณรักษาอาการโรคทางเดินหายใจได้ผล ใช้รักษาอาการ ปอดบวม แผลในปอด วัณโรค ไอกรน ภายในใบมีสารซาโปนิน มีฤทธิ์ขยายหลอดลม ลดการหลั่งของสารก่อภูมิแพ้

นี่เป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ไม่ยาก และสามารถช่วยเราได้ในเรื่องระบบทางเดินหายใจ ซึ่งคนปัจจุบันนี้ควรรู้เอาไว้ เพราะดูเหมือนชีวิตเราจะอยู่ใกล้กับมลพิษทางอากาศกันมากเหลือเกิน…

สมุนไพรสำหรับคนท้อง

เป็นข่าวเกรียวกราวและปลุกกระแสดราม่าออนไลน์ได้อย่างรุนแรง เมื่อมีข่าวชายหนุ่มตกเป็นผู้ต้องหายอมติดคุกเพราะขโมยมะพร้าว 3 ลูก เพื่อเอาไปภรรยาที่ตั้งครรภ์ได้กิน พอเจ้าของจับได้ เรียกค่าเสียหายถึง 50000 บาท ! ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กระแสความรู้สึกสังคมที่มีต่อข่าวนี้มีอยู่หลายประเด็นทั้งที่เห็นใจ และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการเอาผิด หรือควรเห็นใจหนุ่มรายนี้… อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ประเด็นของเราที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสมุนไพรและสุขภาพ ก็มีเรื่องที่เกี่ยวกับสมุนไพรที่คนท้องควรรับประทาน เพราะ มะพร้าวก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่คนท้องรับประทานได้และมีผลดีต่อสุขภาพและมีผู้นิยมจัดหามะพร้าวเอามาให้คุณแม่ตั้งครรภ์รับประทาน แต่ไม่ได้มีเพียงมะพร้าวเท่านั้นที่เป็นพืชสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพของคนท้อง

สมุนไพรสำหรับคนท้อง

สมุนไพรสำหรับคนท้อง

สมุนไพรที่คนท้องควรรับประทานนั้นมีหลากหลาย อาทิเช่น…

  1. ขิง ซึ่งเราสามารถนำมาปรุงร่วมกับอาหาร หรือใช้เป็นสมุนไพรแห้งเอามาชงให้คนท้องดื่ม มีสรรพคุณ ลดอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียน ลดปัญหาจุดเสียดแน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ ซึ่งเป็นอาการที่คนท้องมักเป็น อีกทั้งยังมีสรรพคุณในการคลายกล้ามเนื้อช่วยให้คนท้องที่มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายรู้สึกดีขึ้นได้อีกด้วย
  2. มะพร้าว ที่เป็นประเด็นในข่าว ในมะพร้าวมีน้ำตาลเกลือแร่ธรรมชาติที่มีประโยชน์ทำให้คนท้องรู้สึกสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย บำรุงสุขภาพอย่างไรก็ตาม มันไม่ได้มีสรรพคุณเกี่ยวกับการล้างไขที่ติดตามตัวทารกในตอนคลอดแต่อย่างใด
  3. กระเทียม เป็นสมุนไพรอีกอย่างที่ดีต่อสุขภาพของคนท้อง ช่วยลดการติดเชื้อ เป็นยาปฏิชีวนะตามธรรมชาติที่ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง อีกทั้งยังช่วยลดความดันโลหิต และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งมักเป็นปัญหาในคุณตั้งครรภ์ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม กระเทียมมีกลิ่นแรง อาจทำให้คุณแม่ที่กำลังมีอาการแพ้ท้องเหม็นนั่นเหม็นนี่รับประทานยาก ก็อาจใช้เป็นกระเทียมผงบดละเอียดที่บรรจุมาในแคปซูลทำให้รับประทานได้ง่าย และได้ผลดีต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน
  4. มะตูม นิยมใช้เป็นในแบบแห้งเอามาชงกับน้ำร้อน หรือต้มผสมน้ำอ้อยให้คนท้องดื่ม เป็นสมุนไพรที่ช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์เจริญอาหาร บำรุงธาตุไฟ ช่วยย่อยอาหาร ลดปัญหาท้องอืด แก้ลมเสียดแทง กำจัดเชื้อโรคในลำไส้

นี่เป็นตัวอย่างของสมุนไพรที่แนะนำให้คนท้องรับประทาน เพื่อบำรุงสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยและยังช่วยลดปัญหาที่เกิดกับคุณแม่ในขณะตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเราจะเห็นได้ว่าเป็นของพื้นๆ เป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายทั่วไป