สยบความเครียด ด้วยสมุนไพรเพื่อการผ่อนคลาย

สมุนไพร คลายเคลียด ช่วยให้นอนหลับง่าย

สมุนไพร คลายเคลียด ช่วยให้นอนหลับง่าย

 

ความตึงเครียดเกิดขึ้นได้กับทุกคน  หากมีปัญหา หรือ มีเรื่องราวที่ทำให้ชีวิตคิดมาก ยิ่งคิด ก็ยิ่งกลับกลายเป็นความวิตกกังวลมากขึ้น  บางคนเครียดจากการทำงาน บางคนเครียดกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการเงิน และความรัก ส่งผลให้นอนไม่หลับ ไปจนถึงการเกิดภาวะโรคซึมเศร้า ที่ปัจจุบัน เราเห็นตามข่าว ว่ามีคนเป็นโรคนี้กันมากขึ้น และหลายคนเลือกจบปัญหาชีวิต ด้วยการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นที่หน้าเศร้าใจ  และคงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีก ดังนั้น เมื่อมีความตึงเครียดเกิดขึ้น ไม่ควรที่จะให้ปัญหานั้นสะสม รุมเร้า เก็บไว้คนเดียว ควรหาคนที่เข้าใจคอยพูดคุยช่วยเหลือกันดีกว่า

 

อีกหนึ่งทางแก้ เพื่อลดปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้น นั่นก็คือ การใช้สมุนไพรในเพื่อการผ่อนคลายอารมณ์ มันอาจจะเป็นวิธีที่ไม่ได้แก้ตอนปลายเหตุ แต่หากช่วงที่คุณเครียด และไม่รู้จะทำอย่างไรในช่วงเริ่มต้น ลองหาสมุนไพรเหล่านี้ มาไว้ติดบ้าน เพื่อช่วยลดความเครียด คลายความกังวลได้เป็นอย่างดี จะมีสมุนไพรชนิดใดบ้าง เรามาดูกัน

 

  1. ใบขี้เหล็ก สมุนไพรรสขม ที่นำมาปรุงเป็นอาหารได้ นอกจากจะช่วยบำรุงร่างกายในหลายๆส่วน ยังมีสรรพคุณ ช่วยบรรเทาอาการเครียด ลดจิตฟุ้งซ่าน ทำให้เกิดการผ่อนคลายมากขึ้น ในใบขี้เหล็กจะประกอบไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง มีวิตามินที่ช่วยบำรุงและรักษาสายตา และมีสาร “แอนไฮโครบาราคอล” ซึ่งเป็นสารช่วยให้ผ่อนคลาย โดยสามารถนำใบขี้เหล็ก มาต้มผสมกับน้ำสะอาด ดื่มก่อนนอน จะช่วยให้นอนหลับ ลดความวิตกกังวลได้ดีอีกด้วย
  2. ดอกคาโมมายล์ สมุนไพรชนิดนี้ มีความมหัศจรรย์มาก เพราะเป็นส่วนผสมที่มักมีในพวกอาหารเสริม หรือ เครื่องสำอาง มีสรรพคุณในตัวที่ใช้เป็นยาได้ ทั้ง ฟลาโวนอยด์ กรดฟีโนลิก และน้ำมันหอมระเหย ช่วยดูแลเรื่องระบบทางเดินอาหาร และยังมีฤทธิ์ช่วยแก้ สิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำต่างๆบนใบหน้าด้วย ที่สำคัญมีสาร อะพิจินีน ที่ช่วยต้านการอักเสบ ช่วยให้คลายความกังวล รู้สึกว่าจิตใจสงบ และยังทำให้หลับสนิทอีกด้วย เราสามารถนำดอกคาโมมายล์ มาชงดื่มก่อนนอนได้
  3. ผลลำไย กลายเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่เต็มไปด้วย วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ทั้ง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทสเซียม ทองแดง ธาตุเหล็ก วิตามินซี และวิตามินบี 12 ซึ่งตัวนี้แหละ ที่จะช่วยเราผ่อนคลาย จากความเครียด วิตกกังวล ลดการกระสับกระส่าย อาการใจสั่นจากการนอนไม่หลับ โดยเราจะนำเนื้อลำไยแห้งประมาณ 5-10 กรัม เติมน้ำเหมาะสม และต้มให้เดือด พักจนอุ่นและนำมารับประทานวันละ 2 ครั้ง จะช่วยได้ดีเลยทีเดียว
  4. ลาเวนเดอร์ จัดเป็นดอกไม้ ที่ใช้เป็นสมุนไพรในการผ่อนคลายได้ เราอาจจะเคยเห็น ว่าลาเวนเดอร์ แทบจะเป็นส่วนประกอบของวัตถุดิบ ของใช้ต่างๆ ที่ส่งกลิ่นหอม ซึ่งกลิ่นของดอกลาเวนเดอร์นี่แหละ ที่เมื่อสูดกลื่นเข้าไป ก็จะช่วยให้รู้สึกเกิดความผ่อนคลายอารมณ์ ช่วยทำให้หลับได้ง่ายขึ้น
  5. ใบสะระแหน่ สมุนไพรชั้นดี ที่สามารถช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ทุกเมื่อ หากเกิดอาการเครียด วิตกกังวลขึ้นมา ในใบสาระแหน่ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ทั้ง เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 บี 2 บี3 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และ ธาตุเหล็ก ใบสะระแหน่นั้น มีกลิ่นหอม วิธีการใช้คือ นำใบสดและยอดอ่อน มาตากแห้ง และทำเป็นชาชงดื่ม จะช่วยลดความเครียด ทำให้สมองเกิดความรู้สึกผ่อนคลายได้

 

นับว่า สมุนไพรทั้ง 5 ชนิดนี้ เป็นตัวช่วยที่ดี สำหรับคนที่ต้องการผ่อนคลายอารมณ์ และความตึงเครียดอย่างปลอดภัย  แต่ถึงอย่างไร แม้ว่าจะใช้สมุนไพรเข้าช่วย เราก็ยังมีตัวเลือกอื่นที่จะลดความตึงเครียดได้ง่ายๆ แค่เราปรับทัศนคติให้คิดบวกอยู่เสมอ  ออกกำลังกาย กินของอร่อย ดูหนัง ฟังเพลง ทำสมาธิ ออกไปเที่ยว และพยายามพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ หรือ คนในครอบครัวบ่อยๆถึงปัญหาที่เจอ เพียงเท่านี้ ปัญหาความเครียด คงสามารถบรรเทาลงไปได้ โดยไม่ต้องมานั่งเครียดให้เสียสุขภาพจิต สุขภาพกาย ไปแบบเปล่าประโยชน์

3 สุดยอดสมุนไพรกำจัดเสมหะ เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

สมุนไพรกำจัดเสมหะ,อ้อย,มะขามป้อม,มะแว้ง

สมุนไพรกำจัดเสมหะ,อ้อย,มะขามป้อม,มะแว้ง

 

เสมหะ หรือสเลด นั้นเป็นสารคัดหลั่ง ที่ร่างกายผลิตขึ้นมาเมื่อต้องเผชิญกับภาวะโรคบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหวัด โรคไซนัส และโรคภูมิแพ้ เมื่อมีสเลดนั้นจะทำให้หายใจ หรือพูดไม่สะดวก ต้องคอยถ่มสเลดทิ้งเป็นประจำ ซึ่งอาจทำให้ดูไม่ดีนัก อย่างไรก็ตามเราสามารถจัดการกับเจ้าเสมหะตัวร้าย ด้วย 3 สุดยอดสมุนไพรดังต่อไปนี้

  1. น้ำอ้อยสด เป็นน้ำที่คั้นมาจากอ้อย ดังนั้นจึงรสชาติที่หวาน ชุ่มคอ สำหรับสรรพคุณของน้ำอ้อยนั้น จะช่วยขับเสมหะ ช่วยคลายเครียด ลดอาการร้อนใน เป็นต้น ซึ่งน้ำอ้อยสดนั้นหาดื่มได้ไม่ยาก เพราะปัจจุบันนี้ก็มีขายกันทั่วไปอยู่แล้ว การดื่มน้ำอ้อยสด แนะนำไม่แนะนำให้ดื่ม (หรือที่เรียกว่าเกล็ดหิมะ) หากดื่มเป็นประจำ เสมหะจะค่อยๆ หายไปค่ะ
  2. มะขามป้อม สมุนไพรรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ที่มีสรรพคุณ ในการจัดการกับอาการเจ็บคอ หวัด ช่วยขับเสมหะ สำหรับมะขามป้อมนั้นนิยมนำมารับประทานกันแบบสดๆ หรือนำมาต้มดื่ม จะช่วยขับเสมหะออกไปได้ นอกจากนั้นหากมีอาการเจ็บคอ หรืออาการไอเรื้อรังร่วมด้วย ให้รับประทานเป็นประจำ จะช่วยลดอาการดังกล่าวลงได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
  3. มะแว้ง สำหรับมะแว้งนั้นก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพร ที่มีสรรพคุณในการช่วยขับเสมหะ โดยมันมีฤทธิ์ช่วยป้องกันการอักเสบในลำคอ ช่วยทำให้เกิดความชุ่มคอ ลดอาการไอเรื้อรัง เจ็บคออันเนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ กันไม่ว่าจะเป็นโรคหวัด ไซนัส เป็นต้น การรับประทานมะแว้งนั้นสามารถกินแบบสดๆ ได้เลย แต่ค่อนข้างจะมีรสชาติที่ขมเฝื่อน ดังนั้นจึงนิยมรับประทานกันแบบสำเร็จรูป คืออยู่ในรูปของสมุนไพรที่ผ่านการแปรรูปแล้ว ซึ่งมีขายทั่วไปกันมากกว่านั่นเอง

สมุนไพรจะเห็นผลได้ดี ก็ต่อเมื่อผู้ใช้สมุนไพรนั้นๆ ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของตนเองเป็นอย่างดีเช่นกัน

 

 

กระแสแรง น้ำลำไย ประโยชน์ดีๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

กระแสแรง น้ำลำไย ประโยชน์ดีๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

ลำไยแห้ง, ลำใยแห้ง, สมุนไพร น้ำลำไย, สรรพคุณลำไย, วิธี น้ำลำไย

            ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา หลายๆคนคงคุ้นหูคุ้นตา กับผลิตภัณฑ์ยี่ห้อหนึ่ง ที่เพิ่งเปิดตัวไปพร้อมกับพรีเซนเตอร์ซึ่งเป็นพระเอกชื่อดัง โดยผลิตภัณฑ์นี้ คือ เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ที่สกัดมาจากลำไยธรรมชาติ สูตรเข้มข้น ผลิตและจัดจำหน่ายโดยแบรนด์กาแฟชั้นนำของไทย ซึ่งถือได้ว่า เปิดตัวมาด้วยกระแสที่แรงมาก  มีคนสนใจสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายมากมาย ทำให้เราคิดว่า น้ำลำไย ผลไม้ที่เรามองข้ามมันอยู่บ่อยๆ ว่าจะมาบำรุงร่างกายได้อย่างไร แต่วันนี้ มันก็ได้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมแล้ว เพราะแนวคิดของทางผู้บริหารเอง ได้ทำการวิจัยกับมหาวิทยาลัยกว่า 5 ปี และพบว่า ลำไย เป็นสมุนไพรรักษาโรคได้ ช่วยให้การนอนดีขึ้น และยังควบคุมความดันโลหิตอีกด้วย

จากกระแสเปิดตัวน้ำลำไย บำรุงสุขภาพชนิดเข้มข้นนี้ ทำให้เราสนใจที่จะรู้จักกับน้ำลำไยมากขึ้น ว่ามันมีประโยชน์ดีๆ ที่เราไม่ควรมองข้ามอย่างไรบ้าง เรามาดูข้อดีของดื่มน้ำลำไยกันเลย

รู้จักลำไย เป็นยังไง!!

            ลำไย จัดได้ว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ และยังสามารถเรียกมันให้เป็นสมุนไพรชั้นดี ชนิดหนึ่งอีกด้วย โดยลำไย เป็นที่นิยมในการรับประมานมากในบ้านเรา ปลูกมากที่สุดในจังหวัดลำพูน และในประเทศจีนมีปลูกถึง 26 สายพันธุ์ แทบไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าสายพันธุ์ของลำไยจะเยอะขนาดนี้ ลำไยที่มีผลขนาดใหญ่ จะมีรสชาติหวานอร่อย

ในลำไย เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารจำนวนมาก ทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโซเดียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุทองแดง ธาตุเหล็ก วิตามินซี วิตามินบี 12 เป็นต้น

สรรพคุณที่น่าทึ่งของลำไย

            อันที่จริงแล้ว หากเจาะลึกไปถึงสรรพคุณของลำไย ถือว่ามีมากเลยทีเดียว ใครจะรู้ ว่าลำไย จะกลายมาเป็นสมุนไพรที่สกัดสารอาหาร และการบำรุงรักษาร่างกายได้มากขนาดนี้ ซึ่งเราได้รวบรวมสรรพคุณเด่นๆ มาฝากกัน ดังนี้

  • ลำไย มีส่วนช่วยให้สมองผ่อนคลายจากความตึงเครียด ช่วยให้หลับสบาย ลดความวิตกกังวลได้ดี
  • ช่วยให้ร่างกายเจริญอาหาร แก้อาการเบื่ออาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของการทำให้สุขภาพทรุดโทรม
  • เป็นยาบำรุงม้าม เลือดลม หัวใจ บำรุงร่างกาย รักษาอาการอ่อนเพลีย
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง
  • ช่วยลดอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดขาว
  • มีฤทธิ์ช่วยต้านเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
  • ช่วยลดการเสื่อมสลายของข้อเข่า
  • มีวิตามินบี 12 ในลำไยมีส่วนช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง
  • มีแคลเซียมสูง ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
  • มีฟอสฟอรัส ช่วยบรรเทาอาการปวดจากข้ออักเสบได้
  • มีโซเดียม ช่วยให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเป็นปกติ
  • มีโพแทสเซียม ช่วยให้จิตใจสดใส ไม่กระสับกระส่าย สมองดี ปรอดโปร่ง เพราะจะส่งออกซิเจนไปเลี้ยงที่สมอง และมีธาตุเหล็กซึ่งช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียของร่างกาย
  • มีแร่ธาตุทองแดงที่มีส่วนช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกาย
  • ช่วยบำรุงประสาทตาและผิวพรรณได้ด้วย

 

น้ำลำไย สมุนไพรที่ทำกินได้เองง่ายๆ

      เอาล่ะ มาถึงตรงนี้ หากใครไม่นิยมซื้อผลิตภัณฑ์น้ำลำไยมาดื่ม เราก็สามารถทำดื่มเองได้ด้วยนะ ทำกันสดๆ ได้รสชาติน้ำลำไยตามที่ต้องการ โดยมีวิธีการง่ายๆ ดังนี้

  1. เทน้ำเปล่า ลงในหม้อต้ม ในสัดส่วนที่พอดี แล้วตั้งไฟไว้ระดับกลาง จากนั้น ใส่เนื้อลำไยอบแห้งลงไป
  2. รอน้ำเดือด ให้ใส่น้ำตาลทรายลงไป จะหวานมาก หวานน้อย อยู่ที่เราต้องการ คนจนน้ำตาลละลาย แล้วเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง จนน้ำมีส่วนผสมที่เข้ากัน
  3. ปิดไฟ และพักน้ำลำไยให้เย็น หรืออยากดื่มแบบอุ่นๆก็ได้ แต่หากใครอยากเย็นชื่นใจ ก็ใส่น้ำแข็งบดละเอียดลงไปเลย

เป็นยังไงกันบ้าง กับน้ำลำไยกระแสแรง ที่ไม่ว่าจะบริโภคเป็นผลิตภัณฑ์สกัดสำเร็จรูป หรือ จะนำลำไยอบแห้งมาต้มกินเอง ก็สามารถรับคุณประโยชน์ดีๆ จากน้ำลำไยได้เพียบ รู้แบบนี้แล้ว ลองหันมามองน้ำลำไยกันดู อย่างน้อย ดื่มแล้ว ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ผ่อนคลายอารมณ์ได้แน่นอน.

4 สมุนไพรไทย สรรพคุณมากมาย หาได้ง่ายๆ ใกล้ตัวคุณ

สมุนไพร กระเทียม น้ำมันมะกอก

สมุนไพร กระเทียม น้ำมันมะกอก

https://pixabay.com/th/ขนมปัง-น้ำมันมะกอก-กระเทียม-3571268/

สมุนไพรนั้นเป็นของใกล้ตัวของคนไทย นอกจากจะนำมาใช้ในการประกอบอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย มีเอกสารการวิจัยรองรับทั้งในและต่างประเทศด้วย ทำให้เรามั่นใจในการนำสมุนไพรมาสกัดหรือนำมาปรุงเป็นยามากยิ่งขึ้น อย่างเช่นสมุนไพรในครัวเรือน เช่น เหง้ากระชาย น้ำมันมะกอก มะนาว ขิง เป็นต้น ซึ่งวันนี้เรามีสรรพคุณของสมุนไพรทั้ง 4 ชนิดโดยอ้างอิงงานวิจัยมาให้ดูกัน

ดร.แคทรียา สุทธานุช นักวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเหง้ากระชายดำ โดยค้นพบว่าในเหง้ากระชายดำมีสารบริสุทธิ์ 11 ชนิด ซึ่งเป็นสารในกลุ่มเมทอกซีฟลาโวน มีรายงานต้านการอักเสบของแผลในกระเพาะอาหาร สารสกัดจากกระชายดำมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อจุลชีพในช่องปากและทางเดินอาหาร

ผศ. ดร. ปิน ซวี จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทคและวารสารสมาคมเคมีแห่งอเมริกา กล่าวว่า สารประกอบในน้ำมันมะกอกอย่าง โอรียูโรฟีอีน มีส่วนช่วยกระคุ้นการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานการเผาผลาญของน้ำตาลในเลือด และยับยั้งพิษจากเซลล์ที่เกิดจากโมเลกุลอะมีลิน ซึ่งพบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง

สมุนไพร ขิง ชามะนาว

สมุนไพร ขิง ชามะนาว

https://pixabay.com/th/ขิง-มะนาวร้อน-ชา-มะนาว-หิมะ-1918107/

น.ส.ชลิดา ภาวนาเกษมศานต์ พยาบาลชำนาญการ โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ ได้นำน้ำอุ่นผสมมะนาวเช็ดตัวเพื่อลดไข้ให้ผู้ป่วย โดยนำมะนาวมากดในน้ำอุ่นและผ่าครึ่งแล้วบีบน้ำมะนาวออกมาแล้วนำมาเช็ดตัวในผู้ป่วยเด็ก ในกลุ่มที่ได้รับการเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นผสมมะนาว สามารถลดอุณหภูมิในร่างกายได้มากกว่ากลุ่มที่เช็ดด้วยน้ำอุ่นธรรมดา เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่ามะนาวมีส่วนช่วยลดไข้ได้จริง

ขิง สมุนไพรชนิดหนึ่งที่ทุกคนรู้จักกันดี มีสรรพคุณมากมาย ในตำรายาไทย เราใช้เหง้าขิงในการรักษาท้องอืด ท้องเฟ้อได้ แก้ท้องเสีย ขิงแห้งยังมีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ไอขับเสมหะ เป็นต้น ส่วนในตำราเภสัชของจีนจะใช้ทั้งขิงแห้งและขิงสด ขิงแห้งจะช่วยสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายและช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ส่วนขิงสด จะช่วยขับพิษออกมาทางเหงื่อได้

จะเห็นได้ว่า สมุนไพรทั้ง 4 ชนิดนั้นหาได้ง่ายๆในครัวของเราเอง แต่ละชนิดนั้นมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน แต่รับรองเลยว่าหากใครได้ทานแล้ว จะเอื้อประโยชน์ให้กับร่างกายและเสริมสร้างสุขภาพของคุณให้แข็งแรงขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามการทานสมุนไพรนั้นต้องทานในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพได้จริง และที่สำคัญอย่าละเลยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอด้วย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่คู่กับคุณไปแสนนาน

อ้างอิงงานวิจัย

http://www.bangkokbiznews.com/pr/detail/31776 (น้ำมันมะกอก)

https://gs.kku.ac.th/home/images/news/kanokaward/2553.pdf (เหง้ากระชายดำ)

https://www.hsri.or.th/people/media/care/detail/5806 (มะนาว)

https://www.disthai.com/16488302/ขิง

สมุนไพรกับการบำรุงและรักษาปัญหา หนังศีรษะและเส้นผม

สมุนไพรกับการบำรุงและรักษาปัญหา หนังศีรษะและเส้นผม

 

สมุนไพรบำรุงผมให้ดกดำเงางาม และแก้ปัญหาผมแตกปลาย

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

 

 

สมุนไพรรักษารากผม ทำให้ผมหงอกช้า

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรผมหงอกช้า

สมุนไพรผมหงอกช้า

 

 

 

สมุนไพรแก้ผมร่วง และศีรษะล้าน

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

 

 

 

สมุนไพรป้องกันรังแค ทำให้ผมดกดำ

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรป้องกันรังแค

สมุนไพรป้องกันรังแค

 

 

 

สมุนไพรแก้ปัญหาชันนะตุ

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

 

 

 

สมุนไพรแก้ปัญหาผมมัน

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรรักษาผมมัน

สมุนไพรรักษาผมมัน

 

 

 

สมุนไพรรักษาเหา

กดเพื่ออ่านเพิ่มเติม >>

สมุนไพรกำจัดเหา

สมุนไพรกำจัดเหา

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรบำรุงผมให้ดกดำเงางามและแก้ปัญหาผมแตกปลาย

                    

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

    ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย วัยรุ่น หรือคนเฒ่าคนแก่ก็อยากที่จะมีผมดำเงางาม และสุขภาพผมดีไม่แตกปลาย วิธีที่จะช่วยคุณได้นั่นก็คือ การใช้สมุนไพรใกล้ตัวคุณนั่นเอง ตะไคร้ คราวนี้เรามาดูกันว่าตะไคร้จะช่วยคุณให้มีผมดกดำเงางามและไม่แตกปลายได้อย่างไร

ตะไคร้

ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมให้คุณได้อย่างปลอดภัย เพียงแค่คุณนำ     ต้นตะไคร้มาสัก 3-4 ต้น นำมาล้างให้สะอาด จากนั้นแกะเปลือกนอกที่แข็งๆ ของตะไคร้ออก สัก 2-3 เปลือก แล้วนำมาหั่นเป็นท่อนเล็กๆ จะตำหรือใส่เครื่องปั่นก็ได้แต่ต้องทำให้ได้เนื้อตะไคร้ที่ละเอียด ๆ จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำตะไคร้เข้มข้นที่ได้จากการปั่นหรือตำจนละเอียด นำน้ำตะไคร้ที่ได้มาใส่ผมที่สระสะอาดแล้ว หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้น้ำตะไคร้หมักผมหลังสระผมทุกครั้ง ควรทำติดกันเป็นเวลา 1-2 เดือน

ผลที่ได้ก็คือ คุณจะมีผมที่ดกดำเงางาม และไม่มีปัญหาเส้นผมแตกปลาย แถมยังทำให้เส้นผม      ของคุณมีน้ำหนักอีกด้วย


 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรรักษารากผมทำให้ผมหงอกช้า

สมุนไพรผมหงอกช้า

สมุนไพรผมหงอกช้า

                        คุณที่ต้องการมีรากผมที่แข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยกลางคนพี่อยากให้ผม           ที่ขึ้นใหม่ไม่งอกเลยชะลอการงอกของเส้นผมให้ช้าลง ขอแนะนำให้ใช้สมุนไพรชนิดนี้ในการดูแลรักษา รักผมและทำให้      ผมของคุณงอกช้า นั่นคือ กระเทียม และ เหงือกปลาหมอดอกม่วง

กระเทียม

กระเทียมสามารถช่วยทำให้รากผมของคุณแข็งแรงและหงอกช้าได้ เพียงแค่คุณนำกระเทียม 3-4 กลีบหรือหัวมาปอกเปลือกออก แล้วนำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมรวมกันกับน้ำมันมะกอกประมาณ 5-8     ช้อนโต๊ะ แล้วนำส่วนผสมที่ได้ใส่ถ้วยหรือขวดปิดฝาให้แน่นทิ้งไว้ 1-2 วัน จากนั้นนำมาใช้ได้โดยการนำมานวดให้ทั่ว     หนังศีรษะที่สระสะอาดแล้ว จากนั้นหมักทิ้งไว้ 30-45 นาที โดยนำผ้าขนหนูมาโพกศีรษะไว้ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วสระใหม่อีกครั้ง ทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 1-2 เดือน

เหงือกปลาหมอดอกม่วง

เหงือกปลาหมอดอกม่วงเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยรักษารากผมของคุณให้แข็งแรงได้ เพียงแค่คุณนำใบของต้นเหงือกปลาหมอดอกม่วงประมาณ 10 ใบมาตำหรือปั่นให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำของใบเหงือกปลาหมอดอกม่วงแล้วนำมาทาให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม ทิ้งไว้ 5-10  นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และสระผมตามปกติทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกัน 1 เดือน

ผลที่ได้คือ รากผมของคุณจะแข็งแรง ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ผมมีสุขภาพดีขึ้น

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรแก้ผมร่วงและศีรษะล้าน

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

 หากคุณมีปัญหาผมร่วงและศีรษะเริ่มที่จะล้านมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปสมุนไพรที่จะช่วยคุณได้ต่อไปนี้คือ เปลือกส้มเขียวหวาน และ ขิง ช่วยได้อย่างไรน่ะเหรอ…ง่ายมาก

เปลือกส้มเขียวหวาน สามารถช่วยให้ผมของคุณหายร่วงและส่วนที่ร่วงออกไปก็กลับงอกงามขึ้นมาใหม่อีกครั้งและจะไม่ร่วงอีก โดยการนำเปลือกส้มเขียวหวานจากส้มเขียวหวานประมาณ 4-5 ลูกนำมาตำหรือปั่นให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำของเปลือกส้มเขียวหวาน จากนั้นนำน้ำที่ได้จากเปลือกส้มเขียวหวานมาทาตรงบริเวณ หนังศีรษะที่มีผมร่วงบ่อย หรือบริเวณหนังศีรษะที่ร้านควรทาทิ้งไว้ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดทิ้งไว้ควรทาน้ำคั้นเปลือกส้มเขียวหวานตรงบริเวณที่ผมร่วงและศีรษะ ล้านประจำทุกวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน

ผลที่ได้ก็คือ บริเวณหนังศีรษะที่ล้านและมีผมร่วงบ่อยนั้นจะหยุดร่วงและมีผมใหม่ขึ้นมา

 

 

ขิง ขิงเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยบำรุงเส้นผมและป้องกันผมร่วง ช่วยทำให้รากผมแข็งแรงไม่แพ้เปลือกส้มเขียวหวาน  โดยนำขิงแก่ 1 แง่ง มาสับหรือตำให้ละเอียด นำผ้าขาวบางมาห่อขิงที่ตำละเอียดไว้แล้วนำไปนึ่งประมาณ 5 นาที หรืออบในเตาไมโครเวฟสัก 2 นาที พอให้น้ำมันหอมระเหยและตัวยาที่อยู่ในขิงออกมา จากนั้นนำผ้าขาวบางที่ห่อขิงอยู่ออกมารอให้อุ่นก่อน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่ผมร่วงหรือศีรษะล้าน ใช้เวลาในการคลึงประมาณ 20 นาที จากนั้น สระผมด้วยน้ำสะอาด ควรทำแบบนี้ทุกวันติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์

ผลที่ได้คือ ผมของคุณจะหยุดร่วงและมีผมใหม่ขึ้นมาบริเวณหนังศีรษะที่ผมร่วง ถ้าจะให้ได้ผลเป็นที่แน่นอนและดีขึ้นเรื่อยๆ คุณควรทำติดต่อกันประมาณ 4 สัปดาห์ จากนั้นให้ลดเหลือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แค่นี้ผมของคุณ  ก็จะหยุดร่วง เส้นผมมีสุขภาพดี รากผมแข็งแรง และศีรษะไม่ล้าน

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรป้องกันรังแค ทำให้ผมดกดำ

สมุนไพรป้องกันรังแค

สมุนไพรป้องกันรังแค

  ผู้ที่มีปัญหารังแคกวนใจ ผมไม่ดกดำเงางาม ทำให้ขาดความมั่นใจในการโชว์ผมสวยของตัวคุณเอง  เราขอแนะนำสมุนไพรที่จะช่วยทำให้ความมั่นใจในการโชว์ผมสวยของคุณกลับมาได้ สมุนไพรที่ว่านี้ก็คือ มะกรูด      ว่านหางจระเข้ และ บวบอ่อน สมุนไพรทั้งสามชนิดนี้จะช่วยคุณได้อย่างไรน่ะเหรอ…มาดูกัน

มะกรูด เป็นที่รู้กันดีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้วว่ามะกรูดช่วยในการรักษารังแคกวนใจ สรรพคุณในการรักษารังแคบนหนังศีรษะของมะกรูดนั้นเป็นเลิศ แถมคุณยังได้ผมที่นุ่มสลวย เงางามเป็นของแถมอีกด้วย ง่ายมากกับสูตรนี้เพียงแค่คุณนำมะกรูดที่แก่จัดมา 1 ผล จัดการผ่ามันออกมาเป็นสองซีก จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำมะกรูด นำน้ำมะกรูดที่ได้มาทา   ให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมที่สระสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้สัปดาห์ละ       3-4 ครั้ง ติดต่อกัน 1 เดือน

ผลที่ได้คือ รังแคบนหนังศีรษะของคุณจะลดลงและหายไป ผมของคุณจะดกดำเงางามและนุ่มสลวย และถ้าไม่อยากให้รังแคกลับมากวนใจอีก คุณควรหมักผมด้วยน้ำมะกรูด สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หลังสระผม แค่นี้รังแคก็จะไม่กลับมากวนใจคุณอีกต่อไป

 

 

ว่านหางจระเข้ นอกจากมะกรูดแล้ว ว่านหางจระเข้ก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยให้คุณมีผมที่ดกดำเงางาม      หนังศีรษะชุ่มชื้นลดปัญหารังแค เพียงแค่นำใบว่านหางจระเข้มา 2-3 กาบ ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ออก แต่นำเนื้อวุ้นที่มีทั้งเมือกสีเหลืองและสีขาวใส มาสับหรือปั่นให้ละเอียด แล้วนำไปชโลมให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม โดยการใช้ปลายนิ้วมือขยี้และนวดเบาๆ ให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม จากนั้นหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที โดยใช้ผ้าขนหนูโพกคลุมให้ทั่วศีรษะ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วสระผมใหม่อีกครั้ง ควรทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน

ผลที่ได้คือ เส้นผมของคุณจะดกดำเงางาม และหนานุ่ม ลดปัญหารังแคกวนใจ หนังศีรษะชุ่มชื้น   หากจะทำให้ผมสวยดกดำเงางามแบบนี้ตลอดไป ควรหมักผมด้วยว่านหางจระเข้สัปดาห์ละครั้งผมของคุณจะมีสุขภาพดีตลอดไป

 

 

บวบอ่อน สามารถแก้ปัญหาอาการคันจากการมีรังแคได้ ง่ายมาก…โดยการนำบวบอ่อน 1-2 ลูก       มาปอกเปลือกออก เอาแต่เนื้อของบวบ หั่นบวบ เป็นท่อนๆ แล้วนำมาปั่นให้ละเอียดนำบวบปั่นจนละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำนำไปทาให้ทั่วศีรษะบริเวณที่มีอาการคันรังแค หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์

ผลที่ได้คือ อาการคันที่เกิดจากรังแคพร้อมทั้งรังแคจะหายไป หากอยากหายจากอาการคันรังแคให้  ไม่กลับมาคันใหม่อีก ควรทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ปัญหาคันที่เกิดจากรังแคจะไม่กลับมากวนใจคุณอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรแก้ปัญหาชันนะตุ

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

 ชันนะตุ ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อราหนังศีรษะจนเป็นตุ่มแผลพุพอง มีน้ำเหลืองไหลเป็นที่รังเกียจของบุคคลอื่น และทำให้เสียสุขภาพจิตสำหรับคนที่เป็น เพราะไม่สามารถที่จะออกไปพบปะผู้คนได้ แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับเด็กเล็ก น้อยมากที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ มีสมุนไพรที่สามารถช่วยรักษาโรคชันนะตุบนหนังศีรษะของคุณได้      นั่นคือ มะคำดีควาย น้ำมันมะพร้าวและขมิ้นชัน

มะคำดีควาย  ประคำดีควายเป็นพืชสมุนไพรประเภทไม้ยืนต้น มีลักษณะกลมซึ่งมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยยับยั้ง       การเจริญเติบโตของเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคชันนะตุได้เป็นอย่างดี โดยนำผลมะคำดีควายไปทุบให้แตก นำไปแช่น้ำประมาณ      5-10 นาที จากนั้นนำมาสระผมทุกวันวันละ 1 ครั้ง ในตอนเช้าจะช่วยรักษาโรคชันนะตุได้

 

น้ำมันมะพร้าว มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยรักษาโรคชันนะตุบนหนังศีรษะของเด็กเล็ก ได้โดยให้สระผมเด็กด้วยสบู่ทุกเช้า จากนั้นนำน้ำมะพร้าวมาทาตรงบริเวณที่เป็นชันนะตุทุกเช้าและเย็นน้ำมันมะพร้าว จะช่วยให้ชันนะตุละลายและหลุดลอกออกมาและทำให้หายจากการเป็นชันนะตุได้

 

ขมิ้นชัน มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการรักษาโรคชันนะตุได้เป็นอย่างดี โดยนำหัวขมิ้นชัน 1-2 หัว       มาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำไปตำให้ละเอียดผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ทาบริเวณที่เป็นชันนะตุทุกวัน วันละ       2 ครั้ง คือ ในตอนเช้าและตอนเย็นหลังสระผม แล้วจะช่วยให้รักษาโรคชันนะตุได้ หรือนำขมิ้นชัน 1 หัว เนื้อมะพร้าวแก่     1 ชิ้นเล็ก ใบมะลิ 1 กำมือ นำทุกอย่างมาตำรวมกันให้ละเอียด จากนั้นนำไปทาตรงบริเวณที่เป็นชันนะตุทุกวัน วันละ        2 ครั้ง คือในตอนเช้าและเย็นหลังสระผมด้วยสบู่ จะช่วยรักษาโรคชราตัวให้หายไปได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรแก้ปัญหาผมมัน

สมุนไพรรักษาผมมัน

สมุนไพรรักษาผมมัน

หากคุณมีปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะมันเยิ้ม และสร้างความรำคาญใจให้กับคุณ ทำให้คุณต้อง    สระผมอยู่เป็นประจำแล้วล่ะก็ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยสมุนไพร นั่นคือ มะละกอ

 

มะละกอ นอกจากจะเป็นผลไม้ที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว มะละกอยังช่วยแก้ปัญหา     เส้นผมจากภายนอกได้อีก โดยการนำมะละกอสุกมาปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สักหนึ่งถ้วยตวง จากนั้นนำไปปั่นผสมกับน้ำหนึ่งถ้วย ปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำมะละกอ นำมะละกอมาชโลมให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมที่สระสะอาดแล้ว จากนั้นหมักทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ไม่ต้องสระผมอีก ทำแบบนี้สัปดาห์สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน

ผลที่ได้คือ ผมของคุณจะหายมันเยิ้ม เส้นผมนุ่มสลวยเงางาม หากไม่ต้องการให้ผมกลับมามันเยิ้มอีก คุณควรทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกันไปเรื่อยๆ จะช่วยลดปัญหาผมมันได้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรรักษาเหา

สมุนไพรกำจัดเหา

สมุนไพรกำจัดเหา

 หากคุณมีลูกหลานที่เป็นเหา คุณสามารถช่วยแก้ปัญหาเหาที่สร้างความรำคาญและคันศีรษะให้กับลูกหลานของคุณ ได้ด้วยพืชสมุนไพรที่ปลอดภัยใกล้ตัวคุณ นั่นคือ ใบน้อยหน่า ผลมะกรูด ใบสะเดาและมะตูม วิธีการกำจัดเหามีดังนี้

 

ใบน้อยหน่า เป็นยาสมุนไพรที่ใช้ในการกำจัดเหามาตั้งแต่โบร่ำโบราณถึงปัจจุบันนี้ก็ยังสามารถใช้ได้ผลนักแล โดยนำใบน้อยหน่า 5-10 ใบ มาสับหรือตำให้ละเอียดแล้วผสมน้ำเล็กน้อย คั้นให้น้ำจากใบน้อยหน่าออกมา จากนั้นใช้ทั้งกากและน้ำของใบน้อยหน่าทาให้ทั่วผมและหนังศีรษะ เอาผ้าขนหนูมาโพกให้ทั่วศีรษะ  หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้น้ำใบน้อยหน่าเข้าตา เพราะจะทำให้แสบตา จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสระผมใหม่อีกครั้ง แล้วใช้หวีสางเอาไข่เหาและตัวเหาออก ควรทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันจนกว่าไข่เหาและเหาจะหมดไป

ผลที่ได้คือ อาการคันศีรษะจากเหาจะหายไปไข่เหาและตัวเหาลดลงและหมดไปในที่สุดและไม่กลับมาเป็นอีก หากรักษาความสะอาดของเส้นผมและไม่อยู่ใกล้คนที่เป็นเหา

                       

มะกรูด ใช่ว่าจะมีแค่มะกรูดเท่านั้นที่ช่วยกำจัดเหาได้ มะกรูดก็สามารถกำจัดและฆ่าหอได้เช่นกัน โดยนำมะกรูดที่แก่จัดผลใหญ่หนึ่งผลนำไปเผาไฟหรือย่างให้สุก จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นจึงค่อยผ่าครึ่งแล้วคั้นเอาแต่น้ำมะกรูด นำน้ำมะกรูดมาทาให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ จากนั้นใช้หวีซี่เล็กหรือหวีเสนียดมาสางเส้นผม ไข่เหาและตัวเหาจะหลุด ติดวีออกมา ทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกัน 3-4 สัปดาห์

ผลที่ได้คือ เหาและไข่เหาถูกกำจัดออกไปจนหมดและไม่เกิดอาการคันศีรษะเพราะเหาอีก

                       

ใบสะเดา ก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่ช่วยกำจัดเหาได้ โดยนำใบสะเดาแก่ 3 กำมือ มาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นผสมน้ำเล็กน้อย ขยำให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง  1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วสระผมมาอีกครั้งทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้งติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์

 ผลที่ได้คือ เหาและไข่เหาถูกกำจัดจนหมดไป

                       

มะตูม ก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการกำจัดเหาได้เช่นเดียวกัน แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักถึงสรรพคุณในการกำจัดเหา เหมือนใบน้อยหน่าก็ตาม แต่มะตูมนั้นก็สามารถกำจัดเหาได้ชะงัดนัก โดยนำผลมะตูมสุก 1 ผล มาผ่าซีก จากนั้นเอายางจากผลมะตูมมาทาให้ทั่วศีรษะ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ผลที่ได้คือ เหาจะตายหมดเพราะฤทธิ์ของยังมะตูม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพร ถอนพิษร้าย

“ยาเสพติดเป็นภัยต่อชีวิตเป็นพิษต่อสังคม !” ประโยคนี้เป็นจริงไม่แปลกปลอมแน่ๆ โดยเฉพาะในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมา เฉพาะข่าวดังๆ ก็มีอยู่ 2 เรื่อง ที่ฮือฮาในโลกออนไลน์และในหน้าข่าวของสื่อต่างๆ เริ่มจากวันที่ 23 พ.ค. มีวัยรุ่นเสพยาบ้านับร้อยเม็ดขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้าไปในห้างเทสโก้ โลตัสสาขาสุวินทวงศ์ มีนบุรี ในอาการเมายาพูดจาไม่รู้เรื่อง จนถูกเจ้าหน้าที่และพลเมืองดีกรูเข้าจับตัวเอาไว้ และตามมาด้วย วันที่ 29 พ.ค. ที่มีวัยรุ่นสูดดมสารระเหย ดมกาว จนเมาหนัก ใช้ท่อนเหล็กบุกทุบตู้ ATM ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวตู้มูลค่ารวมสองแสนบาท !

ทั้งสองรายนี้เหมือนกันคือ ลงมือกระทำความผิดลงไปเนื่องจากเกิดอาการขาดสติจากยาเสพติดที่เสพเข้าไป ซึ่งบางท่านก็อาจจะดูว่ามันยังไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่นัก เพราะไม่มีใครบาดเจ็บหรือเป็นอะไร แต่… มันเป็นการแสดงให้เห็นว่า มีการเสพยาที่สามารถลงมือทำเรื่องราวใดๆ ในอาการขาดสติที่พบได้ง่าย ! ซึ่งหากว่าเปลี่ยนจากการลงมือกับตู้หรือทำห่ามๆ อย่างขี่มอเตอร์ไซค์วนไปเรื่อยภายในห้าง ก็คงเป็นเรื่องที่อันตรายไม่น้อย… ดังนั้นต้องหาทางควบคุมและจัดการโดยเร็ว !

กลับมาที่เรื่องสมุนไพรของเรา… อาการเมายาหืออาการติดยาเสพติด ทางแพทย์แผนโบราณถือเป็นการได้รับพิษเข้าสู่ร่างกาย สามารถบำบัดรักษาได้ด้วยการใช้สมุนไพรในการขับพิษออกไปเสียให้สิ้น ซึ่งแน่นอนว่าในทางแพทย์สมุนไพร ราชาของการถอนพิษร้ายทั้งหลายในร่างกายของคนเราก็คือ รางจืด

รางจืด เป็นสมุนไพรที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณในการถอนพิษจากสิ่งต่างๆ เป็นยาเย็น สามารถขับพิษเบื่อเมาทุกชนิดออกไปได้ สามารถใช้ในผู้เสพยาทำให้พิษจากสารตกค้างในร่างกายที่เป็นผลมาจากยาเสพติดถูกขับออกไป ลดอาการอยากยาอย่างได้ผล และเป็นผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่บ่งชี้ว่า มันมีสรรพคุณต่อต้านอาการติดยาเสพติดได้จริง ! เพราะรางจืดมีผลกระตุ้นประสาทคล้ายกับโคเคน เมื่อได้รับรางจืด ทำให้ผู้ป่วยคลายอาการอยากยาเสพติด เนื่องจากมีสิ่งทดแทน และยังขับพิษในร่างกายไปในตัว

สรรพคุณของรางจืดไม่ได้มีเพียงการใช้ในผู้ป่วยติดยาเสพติดเท่านั้น แต่ยังใช้ถอนพิษได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่กินเข้าไป หรือแม้แต่พิษของแมลงและสัตว์สามารถใช้รางจืดได้ทุกอย่าง

การใช้งานสามารถใช้ต้นสดนำมาทำเป็นยา หรือหากต้องการเพิ่มความสะดวกก็นำไปทำเป็นสมุนไพรแห้ง บดเป็นผง สามารถนำมาใช้งานได้ผลดีเช่นเดียวกัน จะใช้ชงเป็นชาดื่มเป็นประจำก็ได้อีกด้วย

หญ้าฝรั่น ช่วยในเรื่องการดูแลสายตา ถนอมและบำรุงสายตา

สาวก iPhone เริ่มคึกคักกันอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงเวลางานประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนยอดนิยมของค่าย Apple ปีนี้คาดว่าจะมีการเปิดตัว iPhone 7 ซึ่งหลายต่อหลายคนคาดหวังว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ที่ทำให้เกิดความแปลกใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง กระแสข่าวลือ ถึงสเปคเครื่องและลูกเล่นแปลกใหม่แบบต่างๆ มีกระจายออกมาเป็นระยะๆ ที่วิเคราะห์กันมากก็เห็นจะได้แก่เรื่องกล้อง ที่ iPhone 7 น่าจะออกมาเป็นแบบ Dual Camera หรือกล้องคู่ ที่สามารถช่วยให้ถ่ายภาพได้ในมุมที่กล้องขึ้น และสามารถเลือกจุดโฟกัสที่ต้องการได้ในภายหลัง แม้มันจะไม่ได้เป็นของใหม่ เพราะมีโทรศัพท์รุ่นอื่นเคยมีมาก่อนแล้ว แต่ก็เป็นไปได้ เพราะ iPhone จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพื่อต่อสู้กับคู่แข่งในตลาดโทรศัพท์ นอกจากนี้ก็มีเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก ที่ดีไซน์น่าจะออกมาล้ำสมัย และการตัดช่องเสียบหูฟังออกเพื่อให้ทันสมัยมากขึ้น… แต่จะรู้ความจริงว่ามันจะเป็นอย่างไรแน่ก็คงต้องรอไปจนถึงเดือนกันยายนอันเป็นช่วงเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่

แต่ไม่ว่าอย่างไรการเปิดตัวก็ย่อมสร้างความตื่นตัวในแวดวงมือถือ และ… กระตุ้นให้คนหันมาใช้โทรศัพท์มากขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่… สิ่งที่ตามมาและเราควรสนใจให้มากด้วยก็คือ เรื่องของ… สายตา คนเราทุกวันนี้เพ่งมองใช้สายตาหนักมากจากการเสพภาพและตัวหนังสือผ่านโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งการใช้สายตามากๆ แน่นอนว่าไม่เป็นผลดี ซึ่งเรื่องนี้ เราก็มีแง่มุมในด้านการใช้สมุนไพรมานำเสนอ…

สมุนไพรที่น่าสนใจสำหรับการดูแลสายตามีอยู่หลายชนิด แต่ที่โด่งดังมากก็เห็นจะได้แก่สมุนไพรแห้งที่ชื่อว่า หญ้าฝรั่น เป็นสมุนไพรที่หายากและมีราคาพอสมควร แต่ก็มีสรรพคุณในด้านการดูแลสุขภาพ และมีกลิ่นและสีที่เป็นเอกลักษณ์มีคนนิยมใช้เป็นจำนวนมากทั่วโลก

สรรพคุณของหญ้าฝรั่น สามารถช่วยในเรื่องการดูแลสายตาได้เป็นอย่างดี มันช่วยถนอมและบำรุงสายตา ลดโอกาสในการป่วยด้วยอาการโรคจอประสาทตาเสื่อม ได้ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณลดความเครียดรักษาอาการโรคซึมเศร้า คลายอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ ลดคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด แก้บิดและแก้ไข้ ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การใช้ หญ้าฝรั่น มีข้อควรระวัง ไม่ควรใช้ในปริมาณมาก จะทำให้เกิดอาการเวียนหัว อาเจียน เลือดตกภายใน ถ่ายเป็นเลือด มีเลือดออกในมดลูก ทำให้เลือดกำเดาไหล และมีอาการอ่อนเพลียกล้ามเนื้ออ่อนแรง ดังนั้นจึงต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และสตรีมีครรภ์ควรระวังให้มากในการใช้สมุนไพรชนิดนี้ สำหรับปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภค ก็ไม่ควรเกิน 1.5 กรัม/วัน

สมุนไพรที่ช่วยเรื่องการบรรเทารักษาอาการปอดบวม

ช่วงนี้มีฝนตกโปรยปรายลงมาอย่างชุ่มฉ่ำ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทำเอาคนจำนวนไม่น้อยดีอกดีใจ ภัยแล้วจะได้มลายหายไปเสียที… เรียกว่าเป็นฝนที่รอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อมาหลายเดือน… พืชพันธุ์จำนวนไม่น้อยแห้งตายเสียหาย แต่พอฝนมา ความทุกข์ความเครียดพวกนี้ก็คลายลงไปได้… อย่างไรก็ตาม ฝนที่มาในช่วงนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของพายุ โรอานู ซึ่งก่อนหน้านี้ เราเรียกมันว่า พายุไซโคลนโรอานู ! ซึ่งแน่นอนว่าเป็นพายุระดับรุนแรง และมันได้สร้างความเสียหายให้กับชาวบังคลาเทศมาแล้ว ทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 21 รายและทำให้คนกว่า 500,000 คนต้องอพยพหนีภัย !

อย่างไรก็ตามตอนนี้มันได้ลดกำลังลง กลายสภาพจากพายุไซโคลน เป็นดีเปรสชั่น แต่กรมอุตุนิยมฯ ก็ยังได้พยากรณ์ว่ามันยังมีอิทธิพลที่จะทำให้เกิดฝนตกหนักใน 22 จังหวัด ต้องมีการเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากปละน้ำท่วฉับพลันรวมถึงความเสียหายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย

ในสภาวะเช่นนี้ นอกเหนือจากเราต้องระวังในเรื่องฝนตกหนักแล้ว เรื่องของสุขภาพก็ต้องระวังด้วยเช่นกัน เนื่องจากในเวลาที่ฝนตกหนักเชื้อโรคเติบโตได้ง่าย และคนที่เจอสภาพอากาศเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเช่นนี้ก็อาจเจ็บป่วยได้ ที่น่ากังวลมากที่สุดอย่างหนึ่ง ที่เหนือกว่าอาการหวัด อาการไข้ ก็คือ โรคปอดบวม ! ซึ่งถือเป็นโรคที่รุนแรงและมีอันตรายอย่างยิ่ง ! อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการดูแลรักษาสุขภาพแล้ว เรายังสามารถใช้สมุนไพรช่วยในการป้องกันและบรรเทาอาการปอดบวมได้ด้วย…

สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยเราได้ในเรื่องการบรรเทารักษาอาการปอดบวมก็คือ “พลูคาว” หรือบางพื้นที่เรียกว่า “ผักคาวตอง” มันเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นคาวแรงพอสมควร สรรพคุณทางยาสมุนไพรของพลูคาว สามารถใช้รักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี สามารถต่อต้านได้ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย จึงสามารถใช้บรรเทาอาการปอดบวม ปอดอักเสบ ฝีหนองในปอด รวมไปถึงรักษาอาการเป็นหวัด ไอ หลอดลอักเสบ หรือแม้แต่โรคในโพรงไซนัส และการอักเสบของหูชั้นกลางได้อีกด้วย และยังมีสรรพคุณแก้โรคบิด ขับปัสสาวะ บรรเทาโรคริดสีดวงทวาร หรือแม้แต่… โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ  กามโรค และโรคติดเชื้ออื่นๆ โรคผิวหนังรวมถึงแผลเปื่อยต่างๆ ได้อีกต่างหาก

พลูคาวจึงเป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดที่เราควรมีไว้ข้างกายภายในบ้านยามที่มีฝนตกบ่อยอย่างช่วงนี้ เพราะมันสามารถรักษาบรรเทาอาการไข้หวัดไปจนถึงอาการปอดบวมได้เป็นอย่างดี แต่… หากไม่คุ้นกับการรับประทานสดอาจจะรับทานแบบอบแห้งบดเป็นผงบรรจุแคปซูลก็ได้ผลเช่นเดียวกัน