Category Archives: ยาอายุวัฒนะ

สมุนไพร ยาอายุวัฒนะ ต่อต้านความชรา

เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้วันเวลาปล่อยตัวให้โรยราไปตามวัย เมื่อพระเอกรุ่นเก๋าชาวฮ่องกง “หลี่ เหลียงเหว่ย” ที่เคยรับบท “ติงลี่” ในละครโทรทัศน์เรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้เมื่อหลายปีก่อน มารับงานเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรังนกยี่ห้อดัง เนื่องจากปัจจุบัน เขามีอายุเข้าสู่วัยเลข 6 แล้ว แต่รูปร่างหน้าตายังดูหนุ่มแน่นอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าทำเอาหนุ่มๆ อายกันเลยทีเดียวในความฟิตของป๋าหลี่ ซึ่งก่อนหน้านี้รังนกยี่ห้อเดียวกันก็คว้าเอาดาราสาวรุ่นใหญ่ที่ดูสวยไม่สร่างแม้วัยจะ 60 แล้ว อย่าง หมีเซียะ มาเป็นพรีเซนเตอร์เช่นกัน เรียกว่าสร้างความฮือฮาให้กับผู้คนได้เป็นอย่างมากสำหรับความเป็นหนุ่มเป็นสาวอ่อนกว่าวัยของดาราฮ่องกงทั้งสองท่านนี้

สมุนไพร อ่อนเยาว์ ไม่แก่

สมุนไพร อ่อนเยาว์ ไม่แก่

การดูเป็นหนุ่มสาวกว่าวัย สมุนไพรก็ช่วยได้ ในตำรับยาไทยมียาสมุนไพรมากมายหลายชนิดที่สามารถลดวัยต้านความชรา ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยดูเป็นหนุ่มเป็นสาวได้เป็นอย่างดี รับรองว่ามีสรรพคุณไม่น้อยหน้ารังนกแน่นอน

ตัวอย่างสมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงเป็นยาอายุวัฒนะต่อต้านความชรา อาทิเช่น

บอระเพ็ด สมุนไพรรสขมจัด มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ ปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหารและยังเป็นยาลดไข้ได้อีกด้วย

ดอกคำฝอย ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมและมีรสหวานอ่อนๆ เป็นยาอายุวัฒนะชะลอความชรา มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง และยังสามารถใช้ในการลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ขับเลือดทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แต่ต้องระวังการใช้ สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

หญ้าหวาน เป็นพืชที่สามารถใช้ให้ความหวานแทนน้ำตาลในคนที่เป็นโรคเบาหวานได้ มีสรรพคุณช่วยบำรุงตับอ่อน ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ นอกจากนี้มันยังมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงสามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายได้เป็นอย่างดี

กระชายดำ อันนี้น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ท่านชาย เพราะมันได้ชื่อว่าเป็นยาบำรุงกำลังเสริมสมรรถภาพของท่านชายได้ดีไม่แพ้โสม สรรพคุณทางยาสมุนไพร แก้อาการปวดเมื่อย หืดหอบ ทำให้ร่างกายแข็งแรง แก้อาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ปรับสมดุลโลหิต ทำให้ผิวพรรณผ่องใสดูเป็นหนุ่มเป็นสาวกว่าวัย

นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรไทยอีกมากมายหลายชนิดที่สามารถช่วยต่อต้านความชรา ส่วนใหญ่เป็นเพราะมันมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง สามารถต่อต้านความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายและขจัดสารพิษทำให้ร่างกายมีความสดชื่นดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ในกรณีที่สมุนไพรบางชนิดมีรสขมรับประทานยาก หรือต้องการความสะดวกในการรับประทาน ก็สามารถใช้เป็นสมุนไพรอบแห้งบดเป็นผงบรรจุแคปซูลก็ใช้ได้เช่นกัน

 

 

รวม 10 สุดยอด ชาสมุนไพร

ชาเป็นเครื่องดื่มที่คุ้นเคยกันทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยของเราเอง  นอกจากใบชาตรงๆแล้วนั้นมีการนำสมุนไพรหลายชนิด ทั้งสมุนไพรไทย และ สมุนไพรจีนมาชงในลักษณะของชา  ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือเป็นชาที่ไร้ซึ่งคาเฟอีน ส่วนคุณประโยชน์ก็หลากหลายตามชนิดและประเภทของชา วันนี้ทางเว็บไทยสมุนไพร.net จึงขอนำเสนอ 10 สุดยอดชาสมุนไพรมาท่านทุกท่านได้รู้จักกัน

ชาใบเตย1.ชาใบเตย  สำหรับสรรพคุณของชาใบเตย  ได้แก่บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ  ชาใบเตย ทำจากใบเตยหอม อบแห้ง บดเป็นผง มี สีเขียวใบเตย มีกลิ่นหอมชื่นใจใบเตยมีคุณสมบัติหลักๆ ขับปัสสาวะ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ชาใบเตยจึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง คนธรรมดาทั่วไปก็ดื่มได้กลิ่นหอมของใบเตยชื่นใจ คลายเครียดได้ดี เป็น Aroma therapy อีกรูปแบบหนึ่ง

2.ชามะตูม สรรพคุณตามตำราคือ บางตำราบอกเพิ่มสมรถภาพทางเพศ  บำรุงสุขภาพ ทำจากผลมะตูมแก่ บดเป็นผง ให้น้ำชาสีแดงออกน้ำตาล มีกลิ่นหอมหวานชวนดื่ม ส่วนใหญ่จะแต่งรสด้วยน้ำตาล เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีขึ้น มะตูมเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงธาตุ แก้ร้อนใน เป็นยาอายุวัฒนะชาขิง

3.ชาขิง จริงๆจะเรียกว่าน้ำขิงก็ไม่ผิดอะไรนัก แก้หวัด และช่วยย่อย  ทำจากเหง้าขิงแก่ ที่มีน้ำมันหอมระเหย  มีสรรพคุณทางร้อน ช่วยบรรเทาหวัด แก้คลื่นไส้อาเจียน เมารถเมาเรือ ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด

4.ชาใบฝรั่ง คุณสมบัติหลักคือดับกลิ่น ฆ่าเชื้อ ทำจากใบฝรั่งไทยอบให้แห้ง บดเป็นผง มีกลิ่นหอมชวนดื่ม มีคุณสมบัติดับกลิ่นปาก ฆ่าเชื้อในปากและคอ เหมาะที่จะรับประทานหลังอาหาร สามารถที่จะใช้ชาใบฝรั่งระงับอาการท้องเสีย (ในรายที่ไม่มีไข้) แต่ต้องชงอย่างเข้มข้นกว่าปกติ

5.ชาหญ้าหนวดแมว สรพพคุณหลักคือขับปัสสาวะ  ตอนนี้คนรู้จักพืชชนิดนี้มากขึ้น  สำหรับชานี้ทำจากหญ้าหนวดแมวอบแห้งบด มีรสคล้าย ๆ ใบชา มีคุณสมบัติขับปัสสาวะ ขับนิ่วก้อนเล็ก ๆ มีคุณสมบัติขับกรดยูริค เหมาะกับคนที่เป็นต่อมลูกหมากโต คนที่เป็นนิ่วก้อนเล็ก ๆ ชวยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน มีโปรแตสเสียมสูง ระวังการใช้กับคนที่เป็นโรคหัวใจ

6.ชาตะไคร้ สามารถช่วยขับลม ช่วยย่อย  ทำจากต้นและใบตะไคร้อบให้แห้งแล้วบด ตะไคร้จะมีกลิ่นหอม ช่วยย่อยชาตะไคร้อาหาร แก้ลมวิงเวียน แก้ปวดเกร็งในท้อง ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะและมีรายงานการทดลองพบว่า ตะไคร้นั้นมีคุณสมบัติต้านมะเร็งได้อีกด้วย

7.ชาชุมเห็ดเทศ มีคุณสมบัติเป็นยาระบายท้อง ได้จากใบชุมเห็ดเทศคั่วให้แห้ง  แล้วบดเป็นผง ให้น้ำชาเป็นสีน้ำตาลมีกลิ่นหอมของใบไม้คั่ว มีสรรพคุณเป็นยาระบาย แต่หากดื่มเป็นประจำร่างกายก็อาจดื้อยาได้ ควรหาวิธีอืนในการสร้างนิสัยการถ่ายให้เป็นประจำโดยวิธีอื่นด้วย

ชาดดอกคำฝอย8.ชาดอกคำฝอย ลดไขมันในเลือด  สามรถหาซื้อได้ทั่วไป โดยทำจากดอกคำฝอย ลักษณะสีของชา มีสีแดงชวนดื่ม กลิ่นหอมชื่นใจ มีคุณสมบัติลดไขมันในเส้นเลือด ขับเหงื่อ เป็นยาระบายอ่อน ๆ บำรุงเลือดสตรี ขับระดู ระงับอาการปวดในสตรีที่รอบเดือนไม่ปกติ

9.ชารางจืด สามรถกำจัดพิษ และล้างสารพิษ  ทำจากใบรางจืดอบแห้งมีกลิ่นใบไม้แห้ง หอมอ่อนๆ เป็นธรรมชาติ ให้น้ำชาสีน้ำตาลออกเขียว มีสรรพคุณกำจัดพิษ แก้เมาค้าง บรรเทาอาการผื่นแพ้ และลดความร้อนในร่างกาย เหมาะกับเมืองไทยในขณะนี้ ที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ชารางจืดไม่มีพิษดื่มเป็นประจำได้ทุกวัน

10.ชากระเจี๊ยบ สามารถช่วยขับปัสสาวะไขมันในเลือด ได้มาจากดอกของกระเจี๊ยบแดง มีคุณสมบัติในการลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิตสูง แก้กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอชื่นใจ ชากระเจี๊ยบมีสีแดง รสเปรี้ยวมักเติมน้ำตาลเพื่อแต่งรส

ขอบคุณข้อมุลจาก เว็บไซต์นิสิตมหาลัยนเรศวร

พริกไทย ยอดเครื่องเทศสมุนไพร

เวลาสั่งอาหารตามสั่ง หนึ่งในเมนูที่ผมชอบคือ หมูผัดพริกไทยอ่อน เวลาทานข้ามต้ม ก็อดไม่ได้ที่จะเหยาะพริกไทยลงไป จริงๆรสชาติของพริกไทยป็นรสชาติที่ถูกปากผม และผมก็เชื่อว่าหลายๆคนก็ชอบรสชาตินี้ นอกจากรสชาติของพริกไทยที่ช่วยเพิ่มความอร่อยให้แก่อาหารแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยคือ สรรพคุณทางด้านสมุนไพรไทยของพริกไทย วันนี้ผมเองก็มีเรื่องราวดีๆของพริกไทยมาฝากทุกท่าน

มารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของพริกไทยกันก่อน

พริกไทยชื่อโดยทั่วไป พริกไทย หรือ   Pepper
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Piper nigrum Linn.
ชื่อวงศ์ Piperraceae
ชื่อตามภูมิภาค   พริกน้อย (ภาคเหนือ) พริก (ภาคใต้) พริกไทยดำ พริกไทยล่อน  พริกขี้นก (ภาคกลาง)

ลักษณะของต้นพริกไทย

เมื่อเรารู้จักกับชื่อต่างๆของพริกไทยแล้วคราวนี้ก็มาถึงลักษณะของต้นพริกไทยกันบ้าง  เชื่อนะครับว่าทุกคนเคยเห็นพริกไทยเม็ด พริกไทยออ่น แต่ถ้าต้นพริกไทยผมว่าน้อยคนนักจะได้เห็น เรามาดูลักษณะของต้นพริกไทยกันเลยครับ

  • ลำต้น  เป็นไม้เลื้อย มีความสูงประมาณ 5 เมตร ลักษณะของลำต้นเป็นข้อๆ พริกไทยถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีอายุยืน
  • ราก    รากของต้นพริกไทยมักเกิดบริเวณข้อ ตามลำต้นเป็นรากเล็กๆ โดยจะใช้ช่วยยึดเกาะ และมีรากที่อยู่ในดินขนาดใหญ่ประมาณสามถึงหกราก และรากฝอยแตกออก
  • ใบ      ลักษณะใบจะมีสีเขียวสด ใบใหญ่คล้ายใบโพ
  • ดอก  ของพริกไทยจะมีขนาดเล็ก จะออกช่อตามข้อเป็นพวง
  • เมล็ด จะมีลักษณะกลมติดกันเป็นพวง ดังที่เราเห็นในพริกไทยอ่อนบนจานผัดเผ็ด

คุณค่าทางด้านโภชนาการของพริกไทย   ในพริกไทยนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการหลายประการ อาทิเช่น

  1. พริกไทยนั้นมีแคลเซียมในปริมาณที่สูงมาก โดยเฉพาะในพริกไทยอ่อน ซึ่งแคลเซียมเป็นส่วนสำคัญในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงอยู่เสมอ และแคลซียม ยังสามารถป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้อีกด้วย
  2. พริกไทยมี ฟอสฟอรัส, วิตามินซี  ซึ่งวิตามินซีนั้นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชลอกการเสื่อมสภาพของเซลล์ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
  3. มีเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการสร้างวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในการมองเห็น
  4. มีสารที่ชื่อว่า ไปเปอรีน และ ฟินอลิกส์  ซึ่งทั้งคู่เป็นสารต้านอนุูมูลอิสระ มีสรรพคุณในการป้องกันมะเร็ง

สรรพคุณทางด้านสมุนไพรไทย

นอกจากคุณค่าทางด้านโภชนาการแล้ว พริกไทยยังมีคุณค่าทางด้านสมุนไพรไทยอีกหลายประการ โดยพอจะแยกเป็นสรรพคุณของแต่ละส่วนดังต่อไปนี้

  • ดอก  มีการระบุในตำราสมุนไพรไทยว่ามีสรรพคุณ แก้ตาแดงเนื่องจากความดันโลหิตสูง
  • เมล็ด มีสรรพคุณในการใช้เป้นยาช่วยย่อยอาหาร ขับสารพิษตกค้าง ขับเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ระดูขาว
  • ใบ ในใบพริกไทยมีสรรพคุณ แก้จุกเสียด แก้ปวดมวนท้อง
  • เถา ใช้ขับเสมหะ แก้ท้องร่วงอย่างรุนแรง และท้องเดินหลายๆครั้ง
  • ราก ใช้ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง วิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร และเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย
  • น้ำมันหอมระเหย ในน้ำมันหอมระเหยจากพริกไทยนั้น สามรถช่วยแก้หวัด ทำให้จมูกโล่ง นอกจจากนี้ยังใช้ลดน้ำหนัก นำมาทานวดตามร่างกายในส่วนที่ต้องการลดได้ และนอกจากนี้พริกไทย ยังมีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์หลายชนิด จึงนิยมนำมาถนอมอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เช่นไส้กรอก กุนเชียง หมอยอ ซึ่งจะมีพริกไทยเป็นส่วนผสม

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของพืชสมุนไพรไทยที่ชื่อพริกไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของเครื่องเทศสมุนไพร

ขอบคุณข้อมูลจาก thai wiki และหนังสืออาณาจักรพืชผัก สมุนไพรสร้างสมอง

 

บอระเพ็ด สุดยอดยาอายุวัฒนะ

สมุนไพรไทยของเรามีอยู่หลายชนิด วันนี้เรามีสมุนไพรชนิดหนึ่งมาแนะนำ เป็นสมุนไพรที่แค่ได้ยินชื่อหลายคนอาจเข็ดขยาดกับความขมของมัน พืชชนิดนั้นคือ บอระเพ็ดนั่นเองครับ แต่ภายในความขมของบอระเพ็ดนั้น แฝงด้วยสรรพคุณหลายๆอย่างโดยเฉพาะสรรพคุณทางด้านสมุนไพรไทย ถ้าไม่เชื่อมาลองดูกัน

บอระเพ็ดชื่อวิทยาศาสตร์  Tinospora crispa (L.)Miers ex Hook.f.& Thomson  ชื่อยาวมาก ไว้วันหลังจะพูดถึงหลักการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชสมุนไพรไพรไทย
และพืชอื่นๆให้ฟังนะครับ)
เป็นพืชวงศ์          Menispermaceae
ชื่ออื่นๆตามภูมิภาค   เถาหัวด้วน (ภาคกลางแถวสระบุรี) หางหนู จุ่มจะลิง (ภาคเหนือ) เจตมูลหนาม(ภาคอิสาน หนองคาย) เครือกอฮอร์ (ภาคอิสาน อุดรธานี)

ลักษณะทั่วไปของบอระเพ็ด
เป็นไม้เถาเลื้อย เถาค่อนข้างกลมขนาดของเถาเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซนติเมตร โดยจะมีปุ่มรอบๆเถาสีดำ รสขมมาก(มากแบบมากจริงๆนะครับ) ใบของบอระเพ็ดเป็นรูปหัวใจ ปลูกง่ายตามข้างรั้ว หรือเลื้อยพันกับต้นไม้ใหญ่

สรรพคุณทางด้านสมุนไพรไทย
ราก   ถอนพิษไข้
ต้น    ลดไข้เช่นเดียวกับราก  บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร ปรับสมดุลในร่างกาย นอกจากนี้ตามตำราสมุนไพรไทยกล่าวว่า สามารถช่วย บำรุงกำลัง และยังเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย

วิธีใช้บอระเพ็ดเป็นยาอายุวัฒนา
เนื่องจากว่าส่วนต้นของบอระเพ็ด มีความขมมาก จะรับประทานสดสด คงไม่ไหม ต้องมีวิธีปรุงยาสมุนไพรไทยก่อน ขอแนะนำสามวิธีดังนี้
1. ใช้เถาบอระเพ็ดหั่นแล้วตากแห้ง จากนั้นบดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานก่อนนอนวันละ 3-5 เม็ด
2. สำหรับคนที่ไม่แพ้แอลกลอฮอร์ ใช้เถาสดดองเหล้า โดยจะใช้บอระเพ็ดสดประมาณ 2 ขีดหั่นเป็นข้อใส่ในโถเหล้า ส่วนการดื่มให้ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชาก่อนอาหารเย็น
3. วิธีนี้ง่ายที่สุด คือนำบอระเพ็ดตากแห้ง แล้วนำมาบดใส่แคปซูล ทานวันละ 2-3 แคปซูลโดยทานก่อนอาหารเช้า เย็น (อาจทานเช้าเย็น มื้อละแคปซูล หรือเช้า 1 เย็น 2 ก็ได้)

วิธีใช้บอระเพ็ดเป็นยาบรรเทาไข้ ลดความร้อน                                                

  1. ใช้เถาแก่สด หรือต้นสด ประมาณ 15-20 เซนติเมตร (30-40 กรัม) ตำให้แหลกและคั้นเอาน้ำดื่ม (อย่าลืมใส่ถุงมือตอนคั้นนะครับ ขมติดมือไม่รู้ด้วย )หรือต้มกับน้ำโดยใช้ น้ำ 3 ส่วน ต้มเคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-เย็น หรือเวลามีอาการ
  2. ใช้เถาสด ดองเหล้าโรง แนะนำ 20 ดีกรีก็พอ รับประทานเพียงครั้งละ 1 ช้อนชา

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของบอระเพ็ด ใครเลยจะรู้ว่าเจ้าสมุนไพรอย่างบอระเพ็ดเอง อาจเป็นที่มาของสำนวนที่ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ก็อาจเป็นได้

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของบอระเพ็ด ใครเลยจะรู้ว่าเจ้าสมุนไพรอย่างบอระเพ็ดเอง อาจเป็นที่มาของสำนวนที่ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ก็อาจเป็นได้