Category Archives: สูตรยาสมุนไพร

สมุนไพรที่ช่วยให้เจริญอาหาร

ช่วงนี้อากาศร้อนจัด และบางวันมีลมแรงไปจนพายุฝนฟ้าคะนอง วันก่อนอุณหภูมิถึงกับแตะระดับ 40 องศา ในบางพื้นที่ ! และกรมอุตุวิทยายังได้แถลงคาดการณ์ว่าต้นเดือนพฤษภาคมที่จะถึงจะเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี ! ซึ่งนั่นก็แปลว่า คนไทยเราจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนไปอีกพักหนึ่ง วันนี้ร้อน พรุ่งนี้อาจจะมีฝนกระหน่ำ สภาพอากาศอย่างนี้ทำให้คนไม่สบายได้ง่าย และในช่วงที่อากาศร้อน หลายคนมีปัญหาเรื่องความอยากอาหาร กินอะไรก็ไม่อร่อย เพราะอากาศร้อนอบอ้าวแถมยังแปรปรวนง่าย การที่เราเบื่ออาหารก็มีส่วนทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง เพราะรับสารอาหารไม่เพียงพอ

ไทยร้อน

หากว่าใครรู้สึกเบื่ออาหาร ร่างหายอ่อนแอ เราสามารถใช้สมุนไพรช่วยได้ ซึ่งสมุนไพรไทยที่สามารถช่วยเหลือในเรื่องการกระตุ้นให้รู้สึกเจริญอาหาร ได้

สมุนไพรที่ช่วยให้เจริญอาหารมีหลายชนิดอาทิเช่น…

บอระเพ็ด สมุนไพรราขม แต่มีสรรพคุณมากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือ ทำให้รู้สึกเจริญอาหาร ขับน้ำย่อย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหาร บำรุงกำลัง แถมยังสามารถใช้ต้านอนุมูลอิสระ และยังทำให้ร่างกายลดความร้อนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย วิธีใช้ บดบอระเพ็ดให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานเป็นประจำ

รากชะพลู เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่ช่วยทำให้รู้สึกเจริญอาหาร กระตุ้นความอยากอาหารให้มากขึ้น ขับลมในกระเพาะ ทำให้ร่างกายแข็งแรง

แห้วหมู หรือ หญ้าแห้วหมู สมุนไพรดีที่อยู่ตามที่รกป่าหญ้า  มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลธาตุ ทำให้รู้สึกเจริญอาหาร ทำให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้ธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย เกิดความสมดุล เพิ่มภูมิต้านทานโรค

นอกจากนี้ยังมีตำรับยาสมุนไพรที่เข้าตัวยาหลายอย่างที่ช่วยบำรุง ซึ่งใช้สมุนไพรแห้งบดเป็นผง ให้เป็นยาบำรุงธาตุ กระตุ้นความอยากอาหาร เสริมสุขภาพ มีอยู่หลายตำรับ เช่น

สูตร สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม นำเอาเนื้อสมุนไพรแห้งมาบดเป็นผง จะรับประทานด้วยการชงกับน้ำอุ่น หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนก็ได้

ดีปลี เหง้าขิง พริกไทย นำเอามาบดเป็นผง สูตรนี้มีฤทธิ์ร้อน และไม่ควรใช้ในสตรีมีครรภ์

เถาสะค้าน (สมุนไพรในกลุ่มตรีผลา) รากชะพลู และรากเจตมูลเพลิง

ยาทั้ง 3 สูตรนี้ ใช้สมุนไพรแห้ง รับประทานครั้งละ 250 – 500 มิลลิกรัม วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร ช่วยทำให้รู้สึกเจริญอาหาร ขับลม ปรับสมดุลธาตุ ทำให้ร่างกายแข็งแรง อย่างไรก็ตาม การใช้ในเด็กควรระวังและควรที่จะปรึกษาแพทย์แผนไทยก่อน เนื่องจากมีฤทธิ์ร้อน และสตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในช่วงครรภ์อ่อนๆ มีผลต่อทารกในครรภ์ได้

สมุนไพรสามารถช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มความอยากอาหาร แต่อย่างไรก็ตาม การรักษาสุขภาพ และการออกกำลังเป้นประจำก็เป็นสิ่งที่จำเป็นในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยแบบนี้

ชุบชีวิต เสื้อผ้าเก่า ด้วยดอกอัญชัญ

สวัสดีครับ ชาว ไทยสมุนไพร.net ทุกท่าน วันนี้ขอฉีกแนวนิดนึง คือทุกครั้งจะเป็นเรื่องราวของสมุนไพร ที่ใช้ในการรักษาโรค คราวนี้มาในแนวสมุนไพร กับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายบ้าง อย่าพึ่งงงครับว่าเกี่ยวข้องกันยังไง และอย่าพึ่งตกใจไป ผมไม่ได้มาแนะนำให้เอาใบ สมุนไพร มาตัดเย็บเป็นชุดสวมใส่เหมือนนางไม้ แต่สำหรับเรื่องที่จะมาเล่ากันในวันนี้ เป็นการทำให้เสื้อตัวเก่าที่ดูจืด เช่นเสื้อขาว ที่ใส่ไปนานๆแล้วหมอง (หรือจะใช้เทคนิคนี้กับเสื้อใหม่ก็ได้) มาทำเป็นเสื้อมัดย้อมสีสันสดใส โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ แต่เป็นการใช้สมุนไพรล้วนๆ

ยังไงก็ขอบคุณไอเดียดีดี เนื้อหา และภาพประกอบ จากหนังสือ SOOK (หาซื้อได้ที่ 7-Eleven วางแผงทุกวันที่ 28)

สิ่งที่ต้องเตรียม

ผ้ามัดย้อม1.ดอกอัญชัญ สมุนไพรบ้านๆที่หาได้ทั่วไป

2.เสื้อผ้าที่ต้องการย้อม

3.ผ้าขาวบาง จะบางน้อยหรือบางมากก็ไม่เป็นไร

4.หนังยางหรือเชือกฟาง

5.น้ำ                6. เกลือ

วิธีการทำ

ขั้นตอนการทำผ้ามัดย้อม

– ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้ละลาย จากนั้นใส่ดอกอัญชัญลงไป ต้มจนได้สีน้ำเงินเข้ม

– ตักดอกอัญชัญออก

-นำผ้าหรือเสื้อที่ต้องการมัดย้อมมามัดด้วยหนังยางหรือเชือกฟางให้แน่น ขั้นตอนนี้จะมัดแบบไหนก้ตามใจ เพราะลวดลายมันขึ้นอยู่กับการมัดของเรา ถ้านึกไม่ออก ก็จับเสื้อทบครึ่งตามยาว และมัดเป็นปล้องสักสองปล้องก็ได้ แต่ที่สำคํญมัดแน่นเข้าไว้

-นำผ้าหรือเสื้อที่มัดไว้ ลงแช่สักสองหรือสามชั่วโมง ขั้นตอนนี้อย่าแกะหนังยางหรือเชือกออก เพื่อกันไม่ให้น้ำสีหลุดติดตรงที่เรามัดไว้

เสื้อจากดอกอันชัน

-แกะหนังยางหรือเชือกฟาง ออกแล้ว นำผ้าไปแช่น้ำเกลือ สัก หนึงชั่วโมง จากนั้นนำไปซักกับน้ำเปล่า จนสีไม่ตก

-ตากให้แห้ง แค่นี้คุณก็จะได้เสื้อตัวใหม่สวยไม่ซ้ำใครแล้ว

ใครจะลองทำดูก็ไม่เสียหลายนะครับวัสดุก็หาได้ใกล้ๆตัว แถมผลงานที่ทำออกมายังแนวไม่เหมือนใครอีก  ไว้โอกาศหน้าจะหาเรื่องราวดีๆมาเล่าให้ฟังอักนะครับ

 

ตะไคร้ กับสูตรยาสมุนไพรไทย 5 สูตร 5 อาการ

ครับ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องตะไคร้กัน พอพูดถึงตะไคร้ แล้วคุณนึกถึงอะไร  บางคนอาจนึกถึง ยำปลาทูใส่ตะไคร้ พูดแล้วน้ำลายไหล บางคนอาจจะนึกไปไก ลถึงเรื่องเล่าที่ว่าที่ว่า

ตะไคร้ หรืือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า lemon grass

หากไม่ต้องการให้ฝนตก ให้เอาตะไคร้ มาปักกลับหัว !  ขำขำนะครับ ประเด็นนี้ ถ้ามันจะตกจริงผมว่า เอาตะไคร้มาทั้งกอก็เอาไม่อยู่   แต่ไม่ว่าคุณจะนึกถึงอะไร ไม่สำคัญ ตะไคร้ ก็ย่อมเป็นตะไคร้อยู่วันยังค่ำ มีคุณค่าในตัวของมันเอง
ซึ่งนอกจากการ ประกอบอาหาร ตะไคร้เอง ก็มีสรรพคุณในด้านการเป็น ” สมุนไพรไทย ” อยู่มากทีเดียว จากการหาข้อมูล ใครจะเชื่อว่าตะไคร้ จะถูกเอาไปทำเป็น สมุนไพรได้ถึง 5 สูตร น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ ก่อนที่เราจะพูดถึงสูตรเด็ดทั้งห้านั้น ตอนนี้เรามารู้จักกับ ตะไคร้ กันก่อน

 

ชื่อสามัญ   LEMON GRASS (LEMON = มะนาว  ,GRASS =หญ้า รวมกันเป็นหญ้ามะนาว เออฝรั่งเข้าใจตังชื่อดีนะครับ)

ชื่อวิทยาศาสตร์ ของตะไคร้    Cymbopogon citratus Stapf

ชื่อวงศ์                                   Graminease

ชื่อแตละท้องถิ่น                    จะไคร (ทางภาคเหนือ)  ไคร (ภาคใต้)

ลักษณะของพืช เป็นพืชล้มลุก (ขนาดพืชยังล้มแล้วลุก ทำไมคนเราล้มแล้วจึงไม่ลุก) อยู่รวมกันเป็นกอ มีข้อและปล้องสั้น ค่อนข้างเข็ง ลำต้นส่วนที่อ่อนจะมีใบเรียงซ้อนกันหลาชั้น ใบมีกาบใบเป็นแผ่นยาวโอบซ้อนกันจนแข็งจนคล้ายลำต้น ตัวใบเรียวยาว แหลม กว้างประมาณ 1-2 ซม.ยาวเต็มที่ได้ถึง 80 ซม. เนื้อใบหยาบมีขนอยู่ทั่วไป ขอบใบค่อนข้างคม เวลาจับใช้คามระมัดระวังด้วยนะครับ ผมเคยโดนบาดมาแล้ว  อ้ออีกอย่างตะไคร้มีดอกด้วยนะครับเวลาออกดอกเป็นช่อยาวมาก ซึ่งประกอบด้วยช่อย่อยที่มีดอกขนาดเล็กๆเป็นจำนนมาก มีขนที่ก้านดอก

เอาล่ะครับเมื่อรู้จักตระไคร้กันแล้ว เรามารู้จักสูตรเด็ด สมุนไพรไทยจากตะไคร้กันบ้าง

สุตรที่ 1 ใช้ตระไคร้เป็นสมุนไพรไทย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  ท้องอืด ท้องเฟ้อใครไม่เคยเป็นยกมือขึ้น ไม่มีใครยกแสดงว่าเตยเป็นกันทุกคน แน่นอนครับอาการนี้ ไม่ว่าจะสาเหตุทานมากไป หรืออาหารไม่ยอมย่อย ก็ย่อมสร้างความอึดอัดแก่เราได้  บางคนอาจจะบอกว่าสมัยนี้ยามีเยอะแยะ เดินไปซื้ออีโนก็จบแล้ว อันนั้นผมไม่เถียง แต่ถ้าเรามีเลือกอื่น ที่เป็นทางเลือกจากธรรมชาติมากกว่าการใช้สารเคมี เราจะไม่ลองดูบ้างหรือ

น้ำตะไคร้ ใช้เป็นยาสมุนไพรไทยรักษา อาการท้องอืด ท้องเฟ้อวีธีใช้สมุนไพร   แค่คุณเอาตะไคร้มาทุบแหลกๆ ใช้ประมาณ  1 กำมือ เอาแบบตัวเลขแม่นๆก็ประมาณ 40-60 กรัม จากนั้นนำมาต้มกับน้ำประมาณ  2 แก้วโดยต้มสัก 4-5 นาที  จะทานร้อนๆ หรือเพื่อพิ่มรสชาติโดยการเติมน้ำตาลสักนิดแล้วตู้เย็นไว้ทานเย็นก็ได้ โดยแบ่งทานครั้งละครึ่งแก้ว หลังอาหาร

 

สุตรที่ 2 ใช้ตระไคร้เป็นยาแก้ไข้ ลดความร้อน   นอกจากการทานยาลดไข้เวลาเราไม่สบายแล้ว ตระไคร้ก็สามรถลดไข้ ลดอุณภูมิของร่างกายได้ (แต่ถ้าไข้สูง แนะนำให้พบแพทย์นะครับ)

 วิธีใช้สมุนไพร  ในสูตรนี้นอกจากตะไคร้แล้ว จะมีการใช้เหง้าขิงร่วมด้วย โดยที่ ใช้ขิงและตะไคร้ อย่างละ ¼ แก้ว และใช้น้ำ 3 แก้ว จากนั้นตั้งไฟเคี่ยวไปเรื่อยๆด้วยไฟอ่อนจนให้น้ำงวดลงจนเหลือ ประมาณ 2 ใน 3    เวลาทานก็ทานทีละ 1/3  แก้ว วันละ  3-4 ครั้ง

 

สุตรที่ 3  ใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือน   หลายคนอาจจะบอก่าผู้เขียนเป็นผู้ชาย จะมาเข้าใจอะไรในอาการนี้ขอผู้หญิง แน่นอนครับผมอาจจะไม่เคยปวดประจำเดือน  แต่ฟังจากคำบอกเล่า ของคุณแฟนแล้ว ก็พอเข้าใจครับว่ามันทรมานขนาดไหน

วิธีใช้สมุนไพร ใช้ต้นและรากตระไคร้สด 1 กำมือ  หั่นบางๆ ผึ่งแดดให้แห้ง ใช้ชงเป็นชากับน้ำร้อนใช้ดื่มต่างน้ำ

 

สูตรที่ 4 บำรุงผมสวยด้วยตะไคร้  มาถึงสูตรนี้เป็นเรื่องความสวยความงามกันบ้าง  สำหรับสาวๆ (หนุ่มๆ) ท่านใดอยากมีผมสวยสุขภาพดี มาลองสูตรนี้ดูกัน

วิธีใช้สมุนไพร  ใช้ต้นบนดินสดๆ ตัดใบทิ้ง (แบบที่เขามัดรมกันขายในตลาดนั่นแหละครับ) ใช้ประมาณ 3-4 ต้น นำมาหั้นแล้วตำให้ละเอียด(หรือปั่นด้วยเครื่องปั่นก็ได้) จากนั้นเติมน้ำสัก 2 ถ้วยแก้ว คั้นเอาแต่น้ำ นำมาโชลมเส้นผมที่สระเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ 10-15 นาทีสระออกให้หมด จะช่วยทั้งขจัดรังแค ทำให้เส้นผมดำเงางาม อีกทั้งสำคัญที่สุดคือแก้ในเรื่องผมแตกปลายได้อีกด้วย

 

สูตรที่ 5 รักษาอาการขัดเบา อาการขัดเบา หรือปัสสาวะขัดนั้น ในตำรายาสมุนไพรไทย ก็ได้เขียนเอาไว้จึงนำมาลองให้อ่านดู

วิธีใช้สมุนไพร  สำหรับรักษาอาการขัดเบา ใช้เหง้าและลำต้นสด หรือแห้ง 1 กำมือ หรือน้ำหนักสด 40-60 กรัม ถ้าแห้งก็ 20-30 กรัม ทุบต้มกับน้ำพอควร แบ่งดื่ม 3 ครั้ง ๆ ละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร) ก่อนอาหาร หรือ จะหั่นตะไคร้คั่วด้วยไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ดื่มแต่น้ำ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วยชา ก่อนอาหาร ข้อควรระวัง การใช้สมุนไพร ช่วยแก้อาการขัดเบานี้ ไม่ไช้กับคนไข้ที่มีอาการบวมน้ำ

 

เป็นไงครับกับ 5 สูตรที่ได้นำมาฝาก สนใจสูตรไหนก็ลองทำดูได้ไม่เสียหลายนะครับ

ฝากนิดนึงสำหรับคนที่จะนำบทความนี้ไปเผยแพราต่อ ทางเว็บเรายินดีครับ แต่อย่าลืมท้ายบทความช่วยลงลิงค์

http://ไทยสมุนไพร.net เพื่อเป็นเครดิตด้วยนะครับ จะได้มีกำลังใจเขียนบทความดีๆต่อไป

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก หนังสือสมุนไพรไทยในวัด ,เว้บไซด์ สมุนไพรไทย 200 ชนิด:สมเด็จพระเทพ

 

ขี้เหล็กสามคุณค่า สามสูตรยา ในหนึ่งเดียว

ขี้เหล็ก แม้อาจจะมีรสขม ออกเฝื่อน ๆ บ้าง แต่คุณค่าในขี้เหล็ก มีมากมายเลย  โดยเฉพาะการนำมาประยุกต์ เป็นสูตรยา สมุนไพรไทย จากที่ค้นข้อมูลมา พบว่าทำยาได้ถึงสามสูตร  ซึ่งแต่ละสูตร มีการวิเคราะห์ถึงชื่อสาร กลไกการทำงาน ว่ามันเป็นอย่างไร ( พูดง่าย ๆ ก็คือ มีความน่าเชื่อถือนั่นเอง ) ว่าแล้วมาดูกันครับ ว่ามีสูตรใดบ้าง

ขี้เหล็ก ลักษณะ ดอก และ ใบ ของขี้เหล็ก

1. สูตรยาสมุนไพรไทยจากขี้เหล็ก  สำหรับอาการท้องผูก  ท้องผูกคือการเอาเชือกมาผูกไว้ที่ท้อง ไม่ใช่แล้ว ท้องผูกคืออาการที่ปริมาณน้้ำหรือไยอาหารใน อุนจิ น้อยเกินไปทำให้การขับถ่ายลำบาก  หรือพูดภาษาบ้านๆคือ ขี้ไม่ออกนั่นเอง (ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพแต่มันสสื่อได้ชัดเจนดี) การขับถ่ายเป็นการนำของเสียออกจากร่างกาย หากไม่ถ่ายจะเกิดอะไรขึ้น? คงไม่ต้องบรรยายมาก เฉพาะความรู้สึกคงอึกอัดน่าดู เคยเห็นสุขาเคลื่อนที่ตอนน้ำท่วมมั๊ย นั่นแหละ ตอนนี้คนที่ถ่ายไม่ออกก็เปรียบเป็นแบบนั้น

สำหรับสูตรยาสมุนไพรไทยที่ใช้ขี้เหล็กเป็นยาระบายมีดังนี้

ใช้ ใบอ่อน ดอกและแก่นแห้ง ประมาณ 4 – 5 กำมือ น้ำหนัก 20 -25 กรัมใส่น้ำให้ท่วมเติมเกลือเล็กน้อย ต้ม 10 – 25 นาที ดื่มก่อนอาหารเช้า หรือก่อนนอนให้หมดในครั้งเดียว

หลักการและเหตุผลเบื้องหลัง ทำไมสูตรนี้จึงได้ผล

การที่ส่วนต่าง ๆ ของขี้เหล็ก ช่วยแก้อาการท้องผูกได้ เพราะมีสารสำคัญพวกแอนทราควิโนนหลายชนิด ออกฤทธิ์เป็นยาระบาย

ข้อเสนอแนะ การใช้สมุนไพรแก้อาการท้องผูก

1. สมุนไพรพวกนี้ ให้ใช้ในขณะที่มีอาการท้องผูก ห้ามใช้ประจำ เพื่อจุดประสงค์ต้องการให้มีรูปร่างผอมเพรียว และควรรับประทานยาสมุนไพรก่อนนอน

2. ขนาดที่ใช้อาจเพิ่มหรือลดลงได้เล็กน้อยขึ้นอยู่กับ “อายุ” เด็ก ควรใช้ขนาดลดลง ถ้าผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ควรเพิ่มตัวสมุนไพรเล็กน้อย

3. ห้ามใช้ในบุคคลที่กำลังตั้งครรภ์แก่

 

2. สูตรยาสมุนไพรไทยจากขี้เหล็ก  สำหรับอาการเบื่ออาหา

หากใครมีอาการเบื่ออาหารประมาณว่า เอาเสต็กฝีมือ เซฟเอียน มาวางอยู่ตรงหน้า แล้วยังเฉย  ดูรายการ เซฟกระทะเหล็กแล้วไม่รู้สึกอะไร ผมมีสูตรยามานำเสนอครับ’

ง่ายมากมาก แค่ใช้ใบ ยอดอ่อน และดอก ต้มเดือด เคี่ยว 5 – 10 นาที เทน้ำทิ้ง และต้มใหม่เอาไว้สำหรับจิ้มน้ำพริก จะเป็นน้ำพริกอะไรก็ได้ตามใจ ” เลือกน้ำพริกที่ชอบ จิ้มกับผักที่ใช่” (สโลแกนคุ้นๆ)    หรือจะแกงรับประทานก็ไม่ว่ากัน

หลักการและเหตุผลเบื้องหลัง ทำไมสูตรนี้จึงได้ผล

การที่ใบและดอกขี้เหล็ก ช่วยเจริญอาหารได้ เพราะมีสารที่มีรสขม จึงช่วยกระตุ้นทำให้อยากอาหารได้ รับรองร้านข้าวแกงข้างทางในสายตาคุณก็จะกลายเป็นอาหารขึ้นเหลาได้ ไม่เชื่อลองดู

 

3.สูตรยาสมุนไพรไทยจากขี้เหล็ก รักษาอาการนอนไม่หลับ

นอนไม่หลับใครๆ ก็เป็นกันได้ เรามีวิธีช่วยโดยที่ไม่ต้องไปพึ่งยานอนหลับให้เสียสุขภาพ

ใช้ใบอ่อนและดอกตูมแห้ง150 กรัมเติมเหล้าโรง*พอท่วม แช่ทิ้งไว้ 5 -7 วัน คนบ่อย ๆ กรองเอากากออก ดื่มครั้งละ 1 – 2 ช้อนชาก่อนนอน

หลักการและเหตุผลเบื้องหลัง ทำไมสูตรนี้จึงได้ผล

–          การที่สารสกัดด้วยเหล้าโรงของใบอ่อน และดอกตูมแห้งของขี้เหล็กสามารถช่วยให้นอนหลับได้ เพราะมีสารพวกอัลคาลอยด์ ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางช่วยทำให้นอนหลับ แต่ไม่ไช่ยานอนหลับโดยตรง

* อธิบายเพิ่มเติมเผื่อหลายคนที่ไม่รู้ เหล้าโรงพูดง่ายๆ ก็คือเหล้าขาวนี่แหละ มีให้เลือกทั้ง 28 ดีกรี และ 40 ดีกรี ผมแนะนำ 28 ดีกรีก็พอเราไม่ได้ทานให้เมาแล้วหลับ แค่จิบวันละ 1-2 ช้อนชาตามสูตร สำหรับคนที่แพ้แอลกลอฮอล์ควรหลีกเลี่ยงสูตรนี้

เป็นไงครับสำหรับสามสูตรที่ให้มา มีแววจะได้ใช้สักสูตรไหม ใครลองใช้แล้วได้ผลอย่างไรกลับมาบอกกันบ้างนะครับสำหรับใครที่เอาเรื่องนี้ไปลงที่อื่นรบกวนใส่ลิ้งค์ชื่อเว็บเรา

http://ไทยสมุนไพร.net เพื่อให้เครดิตท้ายบทความด้วยนะครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก          และเว็บ  rspg.or.th สำหรับข้อมูลในเบื้องต้น


 

รวมสูตรสมุนไพร เพื่อการบำรุงผิวหน้าง่ายๆที่บ้าน

สมุนไพรบำรุงผิวหน้าไก่งามเพราขน คนงามเพราะแต่ง คำคำนี้ ผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ยังใช้ได้อยู่ วันนี้เอง เรามีสูตรยาสมุนไพร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรไทย เพื่อผิวหน้าสวย มาฝากสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ จะนำมาใช้ก็ไม่ว่ากัน รับรองความปลอดภัย เพราะใช้ สมุนไพรไทย ล้วนๆ และหาได้ไม่ยาก ครับ

เนื่องจากสมุนไพรบำรุงผิวหน้า มีมากถึง 9 วิธีให้เลือกเอาตามใจชอบ และเวลาที่เอื้ออำนวย
สูตรที่1. กระชับรูขุมขนบนใบหน้า ท่านใดมีปัญหารูขุมขนกว้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่มำให้หน้าเราดูไม่เรียบเนียนมีสิ่งสกปรกอุดตันลองใช้ดู

ส่วนผสมที่ใช้    น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และใช้ไข่ขาว 1 ฟอง ตีให้เข้ากัน

วิธีใช้ ทาบริเวณใบหน้าและเว้นรอบบริเวณดวงตา นวดคลึงเบา ๆ 5 นาที แล้วทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นจัด ทำแค่ 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์
 

สูตรที่2. ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส ซึ่งสูตรนี้เป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติคืนแก่ผิว

ส่วนผสมที่ใช้ ฝักทอง ½ ถ้วย มะละกอ ½ ก้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง ผสมเข้ากัน

วิธีใช้ ล้างหน้าให้สะอาด ชับพอหมาด นำส่วนผสมที่ใช้พอกให้ทั่วหน้า เว้นรอบบริเวณดวงตา พอกทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วใช้สำลี ชุบน้ำอุ่นเช็ดออก ทำอาทิตย์ละครั้ง

สูตรที่3. สูตรลดความหมองคล้ำ เพื่อเพิ่มความสดใสให้ใบหน้าของคุณ

ส่วนผสมที่ใช้ มะเขือเทศ 1 ลูก น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ นมสด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้ากัน

วิธีใช้ ทาทั่วหน้า ขัดเบา ๆ 10-15 นาที เช็ดออก ล้างด้วยน้ำเย็น ทำ 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์

 สูตรที่4. สูตรลดและขจัดสิวเสี้ยน  ปัญหาสิวเสี้ยนหลายท่านยังเป็นปัญหากวนใจอยู่ลองสูตรนี้ดูไม่เสียหลาย

ส่วนผสมที่ใช้ มะเขือเทศ 1 ลูก สตอเบอรี่ 5 ลูก น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้ากัน

วิธีใช้ ทาหน้า เว้นรอบบริเวณดวงตา นวดเบา ๆ บริเวณที่มีสิวเสี้ยน 10 – 15 นาที เช็ดออก ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ทำ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์

       

สูตรที่5. สูตรผิวขาว นวลเนียน นี่ก็เป็นอีกสูตรที่ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส แบบเป็นธรรมชาติ

ส่วนผสมที่ใช้ มะละกอสุกงอม 1 ถ้วย นมสด ½ ถ้วย น้ำส้มคั้น 2 ช้อนโต๊ะ ปั่นเข้ากัน

วิธีใช้ ทาทั่วหน้า เว้นรอบตา พอกทิ้งไว้ 40-50 นาที ล้างออก ทำ 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์

 

สูตรที่6. สูตรเร่งการผลัดผิว ขจัดเชลล์ผิวเก่า เซลล์ที่เสื่อมสภาพเพื่อหน้าคงความอ่อนเยาว์

ส่วนผสมที่ใช้ บร็อกโคลีหั่นละเอียด ½ ถ้วย นมสด ½ ถ้วย ผสมเข้ากัน

วิธีใช้ ทาทั่วหน้า เว้นรอบบริเวณดวงตา ขัดเบา ๆ พอกทิ้งไว้ 20-30 นาที เช็ดออก ล้างด้วยน้ำเย็น ซับหน้าให้แห้ง ทาครีมบำรุงทับอีกครั้ง ทำ 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์

 

สูตรที่7. สูตรผิวชุ่มชื้น สดใส  อีกสูตรที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

ส่วนผสมที่ใช้ วุ้นว่านหางจระเข้ 1 ถ้วย มะม่วงสุก ½ ถ้วย น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้ากัน

วิธีใช้ พอกหน้าบาง ๆ ก่อนเข้านอน ทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นตอนเช้า ทำ 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์

 

สูตรที่8. สูตรลดอาการแสบร้อของผิว อาการอักเสบต่างๆที่เกิดจากแดด มลพิษ 

ส่วนผสมที่ใช้ คั้นน้ำแตงโม ½ ถ้วย ผสมนมสด ½ ถ้วย คนเข้ากัน

วิธีใช้ ทาทั่วผิวที่โดนแดดทิ้งไว้ 30 นาที ใช้สำลีชุบน้ำเย็นจัด เช็ดออก หรือใช้เนื้อแตงโมสดถูผิวที่โดนแดด ทิ้งไว้จนแห้งแล้วใช้น้ำเย็นล้างออกก็ได้

 

สูตรที่9. สูตรผิวกระจ่างสดใส สูตรนี้เป็นสูตรสุดท้ายแล้วลองดูกัน

ส่วนผสมที่ใช้ แอปเปิลหั่นชิ้น 1 ลูก น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ ปั่นเข้ากัน

วิธีใช้ ทาทั่วหน้า เว้นรอบบริเวณดวงตา พอกทิ้งไว้ 20-30 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำอาทิตย์ละครั้ง

ทั้งหมดนี้คือสูตรของสมุนไพรไทยบำรุงผิวหน้า หลายสูตรอาจคล้ายๆกัน เพื่อให้ลองเลือกดู เพราะหลายท่านไม่สามารถหาพืชชนิดหนึ่ง หรือผลไม้ชนิหนึ่ง ก็อาจใช้สูตรอื่นๆทดแทนกันได้ ผลไม้ที่เหลือพืชที่เหลือ ก็เอามาทานได้ไม่เสียหลายหากซื้อมาเยอะ ได้ทั้งผิวหน้าและร่างกายแข็ํงแรงอีกตั้งหาก ลองดูกันได้นะครับ ดีไม่ดีอย่างไรเราไม่ว่ากัน แต่อย้างน้อยก็รับประกันไม่เป้นอันตรายใด มิหนำซ้ำถ้าได้ผลดี ต่อไปท่านอาจไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางราคาแพงเลยก็เป็นได้

สูตรยาจุดกันยุง สมุนไพรไทย

ปัญหาเรื่องยุง เป็นปัญหาที่กวนใจคนเรา ไม่ว่าจะสร้างความรำคาญ หรือ เป็นพาหะนำโรค นอกจากการใช้สารเคมีแล้ว เรายังมีทางเลือก ในด้านสมุนไพร ที่จะสามารถนำมาทดแทนสารเคมีเหล่านี้ได้
สำหรับขั้นตอน ไม่ยากเลยครับ

ส่วนผสมที่ใช้
1.เปลือกส้ม ที่ทำการตากแห้งแล้ว 150 กรัม
2.ตะไคร้ หาซื้อได้ตามตลาด 50 กรัม
3.ขี้เลื่อย เพื่อให้ยากันยุงเราติดไฟได้ 50 กรัม (หากหาไม่ได้ ไม่ยากครับ ใช้ไม้อะไรก็ได้ เหลาทำขี้เลื่อย จะไม้เสียบลูกชิ้น หรือขาโต๊ะ ก็ไม่ว่ากัน)
4.แป้งเปียก 200 กรัม

พอได้ส่วนผสมครบแล้วก็ลงมือได้
1.นำเปลือกส้ม ตะไคร้มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
2.นำขี้เลื่อยไปตากให้แห้ง แล้วนำมาบดให้ละเอียด
3.คลุกเคล้าส่วนผสมรวมกันโดยใช้ เปลือกส้ม 3 ส่วน ตะไคร้ 1 ส่วน ขี้เลื่อย 1 ส่วน
4.นำแป้งเปียกมาคลุกรวมกันให้เหนียว
5.เสร็จแล้วนำมาปั้นเป้นแท่งลักษณะเหมือนธูป หรือจะทำเป็นรูปกรวยก็ไม่ว่ากัน แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง โดยใช้เวลาตาก 2 ถึง 3 วันยากันยุงสมุนไพร สมุนไพรไทย

เพียงแค่นี้เราก็จะมียาจุดกันยุงสมุนไพรไทยใช้เองแล้ว
ของคุณ เยสไทสปา สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นครับ

สูตรยาสมุนไพร ลดระดับน้ำตาลในเลือด

สมุนไพรไทย ลดน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวานเบาหวานเป็นโรคที่ใครหลายๆคนไม่อยากจะเป็น จากคำบอกเล่าสูตรยานี้เป็นสูตรยาที่สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
1. นำใบเตย 24 ใบ มาซอยเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดซัก 2-3 แดดให้แห้งสนิท ไม่มีความชื้น
2. นำใบสัก 7 ใบ ที่ยังอยู่บนต้นสัก ไม่ตกลงพื้น มาตากแดดซัก 2-3 แดดจนแห้ง ซึ่งจะกรอบ และทำให้เป็นชิ้นเล็กๆ
3. นำใบเตย และใบสักที่แห้งสนิท ตามสัดส่วนมาผสมให้เข้ากัน เก็บในภาชนะปิดสนิท เช่นขวดกาแฟ เป็นต้น

4. นำใส่แก้ว เติมน้ำร้อน หรือใส่กาน้ำชา ดื่มคล้ายน้ำชา เริ่มจากวันละ 1 แก้ว ช่วงไหนของวันก็ได้ จนเป็น 3 แก้วต่อวัน

5. คอยสังเกตุ ติดตามผลการตรวจวัดน้ำตาล จากโรงพยาบาล ว่าค่าน้ำตาลลดลงหรือไม่ เพราะถ้าน้ำตาลลดลงจนอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว ให้หยุดดื่มน้ำชาสูตรพิเศษนี้ทันที เพราะถ้าดื่มต่อ อาจทำให้ค่าน้ำตาลต่ำ ซึ่งก็ไม่ดีอีก

6. จากนั้นคอยติดตามผลการวัดค่าน้ำตาลจากทางโรงพยาบาลต่อ ถ้าค่าน้ำตาลขึ้นอีก ก็เริ่มดื่มน้ำชาสูตรนี้ใหม่อีกครั้ง อดทนปฏิบัติเช่นนี้ไปเรื่อยๆ นานๆ เข้าก็จะสามารถหายจากโรคเบาหวานได้

7. ข้อควรระวังคือ ถ้าผู้ป่วยที่ดื่มน้ำชาสูตรพิเศษนี้ มีอาการ ” ปัสสาวะขัด ” แสดงว่าไม่ถูกกันให้หยุดดื่มทันทีครับ หรือถ้าเกิดสิ่งผิดปกติอื่นใดที่สังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน ก็ควรหยุดเช่นกัน สุดท้ายถ้าดื่มแล้วไม่สบายใจ ผมก็แนะนำให้หยุดเช่นกัน
สูตรยานี้ ได้มาจาก blog ของคุณปรีดาลิ้ม นนทสกุล ขอบคุณมา ณที่นี้ครับ

สูตรยาสมุนไพรบำรุงสายตา

บำรุงสายตา สมุนไพรไทย

มีหลายต่อหลายคน บอกว่าดวงตา เป็นหน้าต่างของหัวใจ วันนี้เว็บเราได้ค้นเจอ สูตรยามสมุนไพรไทยสูตรหนึ่ง ที่เชื่อว่า สรรพคุณบำรุงสายตาได้ เลยถือโอกาศ เอามาให้อ่านกัน

ส่วนประกอบ มีแค่สองอย่าง คือ

1.ผักบุ้งแดง  500 กรัม หรือครึ่งกิโล

ผักบุ้งแดง ก็คือ ผักบุ้งธรรมดา ที่ขึ้นตามท้องไร่ ท้องนา หรือผักบุ้ง ที่เราใช้กินกับส้มตำนี่แหละ (ไม่ใช้ผักบุ้งจีนที่ใช้ผัดไฟแดง) เอามาตากแดดให้แห้ง และบดให้ละเอียด

2.พริกไทยเม็ด ใช้ทั้งหมด 170 กรัม เอามาบดละเอียด

จากนั้นก็เอาส่วนประกอบทั้งสองผสม เข้าด้วยกัน ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย พอปั้นติดกันเป็นก้อนเล็ก เอาขนาดสาคูเม็ดใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 เม็ดก่อนอาหาร

สรรพคุณ

ตามตำราโบราณบอกไว้ว่า แก้ตาฟ้าฟาง ตามืด ตาพร่ามัว คนที่มักแสบตา ตามีน้ำตาไหลอยู่เสมอสามารถช่วยได้ เมื่อรับประทานเป็นประจำ

สูตรนี้ได้มาจากหนังสือ ตำรายาสมุนไพรไทย จากแพทย์แผนโบราณ