Category Archives: บำรุงเส้นผม

สมุนไพรบำรุงผมให้ดกดำเงางามและแก้ปัญหาผมแตกปลาย

                    

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

สมุนไพร บำรุงผมดกดำ

    ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย วัยรุ่น หรือคนเฒ่าคนแก่ก็อยากที่จะมีผมดำเงางาม และสุขภาพผมดีไม่แตกปลาย วิธีที่จะช่วยคุณได้นั่นก็คือ การใช้สมุนไพรใกล้ตัวคุณนั่นเอง ตะไคร้ คราวนี้เรามาดูกันว่าตะไคร้จะช่วยคุณให้มีผมดกดำเงางามและไม่แตกปลายได้อย่างไร

ตะไคร้

ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมให้คุณได้อย่างปลอดภัย เพียงแค่คุณนำ     ต้นตะไคร้มาสัก 3-4 ต้น นำมาล้างให้สะอาด จากนั้นแกะเปลือกนอกที่แข็งๆ ของตะไคร้ออก สัก 2-3 เปลือก แล้วนำมาหั่นเป็นท่อนเล็กๆ จะตำหรือใส่เครื่องปั่นก็ได้แต่ต้องทำให้ได้เนื้อตะไคร้ที่ละเอียด ๆ จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำตะไคร้เข้มข้นที่ได้จากการปั่นหรือตำจนละเอียด นำน้ำตะไคร้ที่ได้มาใส่ผมที่สระสะอาดแล้ว หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้น้ำตะไคร้หมักผมหลังสระผมทุกครั้ง ควรทำติดกันเป็นเวลา 1-2 เดือน

ผลที่ได้ก็คือ คุณจะมีผมที่ดกดำเงางาม และไม่มีปัญหาเส้นผมแตกปลาย แถมยังทำให้เส้นผม      ของคุณมีน้ำหนักอีกด้วย


 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรรักษารากผมทำให้ผมหงอกช้า

สมุนไพรผมหงอกช้า

สมุนไพรผมหงอกช้า

                        คุณที่ต้องการมีรากผมที่แข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยกลางคนพี่อยากให้ผม           ที่ขึ้นใหม่ไม่งอกเลยชะลอการงอกของเส้นผมให้ช้าลง ขอแนะนำให้ใช้สมุนไพรชนิดนี้ในการดูแลรักษา รักผมและทำให้      ผมของคุณงอกช้า นั่นคือ กระเทียม และ เหงือกปลาหมอดอกม่วง

กระเทียม

กระเทียมสามารถช่วยทำให้รากผมของคุณแข็งแรงและหงอกช้าได้ เพียงแค่คุณนำกระเทียม 3-4 กลีบหรือหัวมาปอกเปลือกออก แล้วนำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมรวมกันกับน้ำมันมะกอกประมาณ 5-8     ช้อนโต๊ะ แล้วนำส่วนผสมที่ได้ใส่ถ้วยหรือขวดปิดฝาให้แน่นทิ้งไว้ 1-2 วัน จากนั้นนำมาใช้ได้โดยการนำมานวดให้ทั่ว     หนังศีรษะที่สระสะอาดแล้ว จากนั้นหมักทิ้งไว้ 30-45 นาที โดยนำผ้าขนหนูมาโพกศีรษะไว้ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วสระใหม่อีกครั้ง ทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 1-2 เดือน

เหงือกปลาหมอดอกม่วง

เหงือกปลาหมอดอกม่วงเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยรักษารากผมของคุณให้แข็งแรงได้ เพียงแค่คุณนำใบของต้นเหงือกปลาหมอดอกม่วงประมาณ 10 ใบมาตำหรือปั่นให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำของใบเหงือกปลาหมอดอกม่วงแล้วนำมาทาให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม ทิ้งไว้ 5-10  นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และสระผมตามปกติทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกัน 1 เดือน

ผลที่ได้คือ รากผมของคุณจะแข็งแรง ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ผมมีสุขภาพดีขึ้น

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรแก้ผมร่วงและศีรษะล้าน

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

สมุนไพรป้องกันผมร่วง

 หากคุณมีปัญหาผมร่วงและศีรษะเริ่มที่จะล้านมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปสมุนไพรที่จะช่วยคุณได้ต่อไปนี้คือ เปลือกส้มเขียวหวาน และ ขิง ช่วยได้อย่างไรน่ะเหรอ…ง่ายมาก

เปลือกส้มเขียวหวาน สามารถช่วยให้ผมของคุณหายร่วงและส่วนที่ร่วงออกไปก็กลับงอกงามขึ้นมาใหม่อีกครั้งและจะไม่ร่วงอีก โดยการนำเปลือกส้มเขียวหวานจากส้มเขียวหวานประมาณ 4-5 ลูกนำมาตำหรือปั่นให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำของเปลือกส้มเขียวหวาน จากนั้นนำน้ำที่ได้จากเปลือกส้มเขียวหวานมาทาตรงบริเวณ หนังศีรษะที่มีผมร่วงบ่อย หรือบริเวณหนังศีรษะที่ร้านควรทาทิ้งไว้ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดทิ้งไว้ควรทาน้ำคั้นเปลือกส้มเขียวหวานตรงบริเวณที่ผมร่วงและศีรษะ ล้านประจำทุกวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน

ผลที่ได้ก็คือ บริเวณหนังศีรษะที่ล้านและมีผมร่วงบ่อยนั้นจะหยุดร่วงและมีผมใหม่ขึ้นมา

 

 

ขิง ขิงเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยบำรุงเส้นผมและป้องกันผมร่วง ช่วยทำให้รากผมแข็งแรงไม่แพ้เปลือกส้มเขียวหวาน  โดยนำขิงแก่ 1 แง่ง มาสับหรือตำให้ละเอียด นำผ้าขาวบางมาห่อขิงที่ตำละเอียดไว้แล้วนำไปนึ่งประมาณ 5 นาที หรืออบในเตาไมโครเวฟสัก 2 นาที พอให้น้ำมันหอมระเหยและตัวยาที่อยู่ในขิงออกมา จากนั้นนำผ้าขาวบางที่ห่อขิงอยู่ออกมารอให้อุ่นก่อน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่ผมร่วงหรือศีรษะล้าน ใช้เวลาในการคลึงประมาณ 20 นาที จากนั้น สระผมด้วยน้ำสะอาด ควรทำแบบนี้ทุกวันติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์

ผลที่ได้คือ ผมของคุณจะหยุดร่วงและมีผมใหม่ขึ้นมาบริเวณหนังศีรษะที่ผมร่วง ถ้าจะให้ได้ผลเป็นที่แน่นอนและดีขึ้นเรื่อยๆ คุณควรทำติดต่อกันประมาณ 4 สัปดาห์ จากนั้นให้ลดเหลือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แค่นี้ผมของคุณ  ก็จะหยุดร่วง เส้นผมมีสุขภาพดี รากผมแข็งแรง และศีรษะไม่ล้าน

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรป้องกันรังแค ทำให้ผมดกดำ

สมุนไพรป้องกันรังแค

สมุนไพรป้องกันรังแค

  ผู้ที่มีปัญหารังแคกวนใจ ผมไม่ดกดำเงางาม ทำให้ขาดความมั่นใจในการโชว์ผมสวยของตัวคุณเอง  เราขอแนะนำสมุนไพรที่จะช่วยทำให้ความมั่นใจในการโชว์ผมสวยของคุณกลับมาได้ สมุนไพรที่ว่านี้ก็คือ มะกรูด      ว่านหางจระเข้ และ บวบอ่อน สมุนไพรทั้งสามชนิดนี้จะช่วยคุณได้อย่างไรน่ะเหรอ…มาดูกัน

มะกรูด เป็นที่รู้กันดีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้วว่ามะกรูดช่วยในการรักษารังแคกวนใจ สรรพคุณในการรักษารังแคบนหนังศีรษะของมะกรูดนั้นเป็นเลิศ แถมคุณยังได้ผมที่นุ่มสลวย เงางามเป็นของแถมอีกด้วย ง่ายมากกับสูตรนี้เพียงแค่คุณนำมะกรูดที่แก่จัดมา 1 ผล จัดการผ่ามันออกมาเป็นสองซีก จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำมะกรูด นำน้ำมะกรูดที่ได้มาทา   ให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมที่สระสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้สัปดาห์ละ       3-4 ครั้ง ติดต่อกัน 1 เดือน

ผลที่ได้คือ รังแคบนหนังศีรษะของคุณจะลดลงและหายไป ผมของคุณจะดกดำเงางามและนุ่มสลวย และถ้าไม่อยากให้รังแคกลับมากวนใจอีก คุณควรหมักผมด้วยน้ำมะกรูด สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หลังสระผม แค่นี้รังแคก็จะไม่กลับมากวนใจคุณอีกต่อไป

 

 

ว่านหางจระเข้ นอกจากมะกรูดแล้ว ว่านหางจระเข้ก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยให้คุณมีผมที่ดกดำเงางาม      หนังศีรษะชุ่มชื้นลดปัญหารังแค เพียงแค่นำใบว่านหางจระเข้มา 2-3 กาบ ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ออก แต่นำเนื้อวุ้นที่มีทั้งเมือกสีเหลืองและสีขาวใส มาสับหรือปั่นให้ละเอียด แล้วนำไปชโลมให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม โดยการใช้ปลายนิ้วมือขยี้และนวดเบาๆ ให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม จากนั้นหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที โดยใช้ผ้าขนหนูโพกคลุมให้ทั่วศีรษะ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วสระผมใหม่อีกครั้ง ควรทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน

ผลที่ได้คือ เส้นผมของคุณจะดกดำเงางาม และหนานุ่ม ลดปัญหารังแคกวนใจ หนังศีรษะชุ่มชื้น   หากจะทำให้ผมสวยดกดำเงางามแบบนี้ตลอดไป ควรหมักผมด้วยว่านหางจระเข้สัปดาห์ละครั้งผมของคุณจะมีสุขภาพดีตลอดไป

 

 

บวบอ่อน สามารถแก้ปัญหาอาการคันจากการมีรังแคได้ ง่ายมาก…โดยการนำบวบอ่อน 1-2 ลูก       มาปอกเปลือกออก เอาแต่เนื้อของบวบ หั่นบวบ เป็นท่อนๆ แล้วนำมาปั่นให้ละเอียดนำบวบปั่นจนละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำนำไปทาให้ทั่วศีรษะบริเวณที่มีอาการคันรังแค หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์

ผลที่ได้คือ อาการคันที่เกิดจากรังแคพร้อมทั้งรังแคจะหายไป หากอยากหายจากอาการคันรังแคให้  ไม่กลับมาคันใหม่อีก ควรทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ปัญหาคันที่เกิดจากรังแคจะไม่กลับมากวนใจคุณอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรแก้ปัญหาชันนะตุ

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

สมุนไพรรักษาชันนะตุ

 ชันนะตุ ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อราหนังศีรษะจนเป็นตุ่มแผลพุพอง มีน้ำเหลืองไหลเป็นที่รังเกียจของบุคคลอื่น และทำให้เสียสุขภาพจิตสำหรับคนที่เป็น เพราะไม่สามารถที่จะออกไปพบปะผู้คนได้ แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับเด็กเล็ก น้อยมากที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ มีสมุนไพรที่สามารถช่วยรักษาโรคชันนะตุบนหนังศีรษะของคุณได้      นั่นคือ มะคำดีควาย น้ำมันมะพร้าวและขมิ้นชัน

มะคำดีควาย  ประคำดีควายเป็นพืชสมุนไพรประเภทไม้ยืนต้น มีลักษณะกลมซึ่งมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยยับยั้ง       การเจริญเติบโตของเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคชันนะตุได้เป็นอย่างดี โดยนำผลมะคำดีควายไปทุบให้แตก นำไปแช่น้ำประมาณ      5-10 นาที จากนั้นนำมาสระผมทุกวันวันละ 1 ครั้ง ในตอนเช้าจะช่วยรักษาโรคชันนะตุได้

 

น้ำมันมะพร้าว มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยรักษาโรคชันนะตุบนหนังศีรษะของเด็กเล็ก ได้โดยให้สระผมเด็กด้วยสบู่ทุกเช้า จากนั้นนำน้ำมะพร้าวมาทาตรงบริเวณที่เป็นชันนะตุทุกเช้าและเย็นน้ำมันมะพร้าว จะช่วยให้ชันนะตุละลายและหลุดลอกออกมาและทำให้หายจากการเป็นชันนะตุได้

 

ขมิ้นชัน มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการรักษาโรคชันนะตุได้เป็นอย่างดี โดยนำหัวขมิ้นชัน 1-2 หัว       มาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำไปตำให้ละเอียดผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ทาบริเวณที่เป็นชันนะตุทุกวัน วันละ       2 ครั้ง คือ ในตอนเช้าและตอนเย็นหลังสระผม แล้วจะช่วยให้รักษาโรคชันนะตุได้ หรือนำขมิ้นชัน 1 หัว เนื้อมะพร้าวแก่     1 ชิ้นเล็ก ใบมะลิ 1 กำมือ นำทุกอย่างมาตำรวมกันให้ละเอียด จากนั้นนำไปทาตรงบริเวณที่เป็นชันนะตุทุกวัน วันละ        2 ครั้ง คือในตอนเช้าและเย็นหลังสระผมด้วยสบู่ จะช่วยรักษาโรคชราตัวให้หายไปได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรแก้ปัญหาผมมัน

สมุนไพรรักษาผมมัน

สมุนไพรรักษาผมมัน

หากคุณมีปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะมันเยิ้ม และสร้างความรำคาญใจให้กับคุณ ทำให้คุณต้อง    สระผมอยู่เป็นประจำแล้วล่ะก็ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยสมุนไพร นั่นคือ มะละกอ

 

มะละกอ นอกจากจะเป็นผลไม้ที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว มะละกอยังช่วยแก้ปัญหา     เส้นผมจากภายนอกได้อีก โดยการนำมะละกอสุกมาปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สักหนึ่งถ้วยตวง จากนั้นนำไปปั่นผสมกับน้ำหนึ่งถ้วย ปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำมะละกอ นำมะละกอมาชโลมให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมที่สระสะอาดแล้ว จากนั้นหมักทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ไม่ต้องสระผมอีก ทำแบบนี้สัปดาห์สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน

ผลที่ได้คือ ผมของคุณจะหายมันเยิ้ม เส้นผมนุ่มสลวยเงางาม หากไม่ต้องการให้ผมกลับมามันเยิ้มอีก คุณควรทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกันไปเรื่อยๆ จะช่วยลดปัญหาผมมันได้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

สมุนไพรรักษาเหา

สมุนไพรกำจัดเหา

สมุนไพรกำจัดเหา

 หากคุณมีลูกหลานที่เป็นเหา คุณสามารถช่วยแก้ปัญหาเหาที่สร้างความรำคาญและคันศีรษะให้กับลูกหลานของคุณ ได้ด้วยพืชสมุนไพรที่ปลอดภัยใกล้ตัวคุณ นั่นคือ ใบน้อยหน่า ผลมะกรูด ใบสะเดาและมะตูม วิธีการกำจัดเหามีดังนี้

 

ใบน้อยหน่า เป็นยาสมุนไพรที่ใช้ในการกำจัดเหามาตั้งแต่โบร่ำโบราณถึงปัจจุบันนี้ก็ยังสามารถใช้ได้ผลนักแล โดยนำใบน้อยหน่า 5-10 ใบ มาสับหรือตำให้ละเอียดแล้วผสมน้ำเล็กน้อย คั้นให้น้ำจากใบน้อยหน่าออกมา จากนั้นใช้ทั้งกากและน้ำของใบน้อยหน่าทาให้ทั่วผมและหนังศีรษะ เอาผ้าขนหนูมาโพกให้ทั่วศีรษะ  หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้น้ำใบน้อยหน่าเข้าตา เพราะจะทำให้แสบตา จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสระผมใหม่อีกครั้ง แล้วใช้หวีสางเอาไข่เหาและตัวเหาออก ควรทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันจนกว่าไข่เหาและเหาจะหมดไป

ผลที่ได้คือ อาการคันศีรษะจากเหาจะหายไปไข่เหาและตัวเหาลดลงและหมดไปในที่สุดและไม่กลับมาเป็นอีก หากรักษาความสะอาดของเส้นผมและไม่อยู่ใกล้คนที่เป็นเหา

                       

มะกรูด ใช่ว่าจะมีแค่มะกรูดเท่านั้นที่ช่วยกำจัดเหาได้ มะกรูดก็สามารถกำจัดและฆ่าหอได้เช่นกัน โดยนำมะกรูดที่แก่จัดผลใหญ่หนึ่งผลนำไปเผาไฟหรือย่างให้สุก จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นจึงค่อยผ่าครึ่งแล้วคั้นเอาแต่น้ำมะกรูด นำน้ำมะกรูดมาทาให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ จากนั้นใช้หวีซี่เล็กหรือหวีเสนียดมาสางเส้นผม ไข่เหาและตัวเหาจะหลุด ติดวีออกมา ทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกัน 3-4 สัปดาห์

ผลที่ได้คือ เหาและไข่เหาถูกกำจัดออกไปจนหมดและไม่เกิดอาการคันศีรษะเพราะเหาอีก

                       

ใบสะเดา ก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่ช่วยกำจัดเหาได้ โดยนำใบสะเดาแก่ 3 กำมือ มาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นผสมน้ำเล็กน้อย ขยำให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง  1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วสระผมมาอีกครั้งทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้งติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์

 ผลที่ได้คือ เหาและไข่เหาถูกกำจัดจนหมดไป

                       

มะตูม ก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการกำจัดเหาได้เช่นเดียวกัน แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักถึงสรรพคุณในการกำจัดเหา เหมือนใบน้อยหน่าก็ตาม แต่มะตูมนั้นก็สามารถกำจัดเหาได้ชะงัดนัก โดยนำผลมะตูมสุก 1 ผล มาผ่าซีก จากนั้นเอายางจากผลมะตูมมาทาให้ทั่วศีรษะ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ผลที่ได้คือ เหาจะตายหมดเพราะฤทธิ์ของยังมะตูม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทยเพื่อการบำรุงและบำบัดความเจ็บป่วยของร่างกาย]

ตะไคร้ กับสูตรยาสมุนไพรไทย 5 สูตร 5 อาการ

ครับ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องตะไคร้กัน พอพูดถึงตะไคร้ แล้วคุณนึกถึงอะไร  บางคนอาจนึกถึง ยำปลาทูใส่ตะไคร้ พูดแล้วน้ำลายไหล บางคนอาจจะนึกไปไก ลถึงเรื่องเล่าที่ว่าที่ว่า

ตะไคร้ หรืือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า lemon grass

หากไม่ต้องการให้ฝนตก ให้เอาตะไคร้ มาปักกลับหัว !  ขำขำนะครับ ประเด็นนี้ ถ้ามันจะตกจริงผมว่า เอาตะไคร้มาทั้งกอก็เอาไม่อยู่   แต่ไม่ว่าคุณจะนึกถึงอะไร ไม่สำคัญ ตะไคร้ ก็ย่อมเป็นตะไคร้อยู่วันยังค่ำ มีคุณค่าในตัวของมันเอง
ซึ่งนอกจากการ ประกอบอาหาร ตะไคร้เอง ก็มีสรรพคุณในด้านการเป็น ” สมุนไพรไทย ” อยู่มากทีเดียว จากการหาข้อมูล ใครจะเชื่อว่าตะไคร้ จะถูกเอาไปทำเป็น สมุนไพรได้ถึง 5 สูตร น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ ก่อนที่เราจะพูดถึงสูตรเด็ดทั้งห้านั้น ตอนนี้เรามารู้จักกับ ตะไคร้ กันก่อน

 

ชื่อสามัญ   LEMON GRASS (LEMON = มะนาว  ,GRASS =หญ้า รวมกันเป็นหญ้ามะนาว เออฝรั่งเข้าใจตังชื่อดีนะครับ)

ชื่อวิทยาศาสตร์ ของตะไคร้    Cymbopogon citratus Stapf

ชื่อวงศ์                                   Graminease

ชื่อแตละท้องถิ่น                    จะไคร (ทางภาคเหนือ)  ไคร (ภาคใต้)

ลักษณะของพืช เป็นพืชล้มลุก (ขนาดพืชยังล้มแล้วลุก ทำไมคนเราล้มแล้วจึงไม่ลุก) อยู่รวมกันเป็นกอ มีข้อและปล้องสั้น ค่อนข้างเข็ง ลำต้นส่วนที่อ่อนจะมีใบเรียงซ้อนกันหลาชั้น ใบมีกาบใบเป็นแผ่นยาวโอบซ้อนกันจนแข็งจนคล้ายลำต้น ตัวใบเรียวยาว แหลม กว้างประมาณ 1-2 ซม.ยาวเต็มที่ได้ถึง 80 ซม. เนื้อใบหยาบมีขนอยู่ทั่วไป ขอบใบค่อนข้างคม เวลาจับใช้คามระมัดระวังด้วยนะครับ ผมเคยโดนบาดมาแล้ว  อ้ออีกอย่างตะไคร้มีดอกด้วยนะครับเวลาออกดอกเป็นช่อยาวมาก ซึ่งประกอบด้วยช่อย่อยที่มีดอกขนาดเล็กๆเป็นจำนนมาก มีขนที่ก้านดอก

เอาล่ะครับเมื่อรู้จักตระไคร้กันแล้ว เรามารู้จักสูตรเด็ด สมุนไพรไทยจากตะไคร้กันบ้าง

สุตรที่ 1 ใช้ตระไคร้เป็นสมุนไพรไทย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  ท้องอืด ท้องเฟ้อใครไม่เคยเป็นยกมือขึ้น ไม่มีใครยกแสดงว่าเตยเป็นกันทุกคน แน่นอนครับอาการนี้ ไม่ว่าจะสาเหตุทานมากไป หรืออาหารไม่ยอมย่อย ก็ย่อมสร้างความอึดอัดแก่เราได้  บางคนอาจจะบอกว่าสมัยนี้ยามีเยอะแยะ เดินไปซื้ออีโนก็จบแล้ว อันนั้นผมไม่เถียง แต่ถ้าเรามีเลือกอื่น ที่เป็นทางเลือกจากธรรมชาติมากกว่าการใช้สารเคมี เราจะไม่ลองดูบ้างหรือ

น้ำตะไคร้ ใช้เป็นยาสมุนไพรไทยรักษา อาการท้องอืด ท้องเฟ้อวีธีใช้สมุนไพร   แค่คุณเอาตะไคร้มาทุบแหลกๆ ใช้ประมาณ  1 กำมือ เอาแบบตัวเลขแม่นๆก็ประมาณ 40-60 กรัม จากนั้นนำมาต้มกับน้ำประมาณ  2 แก้วโดยต้มสัก 4-5 นาที  จะทานร้อนๆ หรือเพื่อพิ่มรสชาติโดยการเติมน้ำตาลสักนิดแล้วตู้เย็นไว้ทานเย็นก็ได้ โดยแบ่งทานครั้งละครึ่งแก้ว หลังอาหาร

 

สุตรที่ 2 ใช้ตระไคร้เป็นยาแก้ไข้ ลดความร้อน   นอกจากการทานยาลดไข้เวลาเราไม่สบายแล้ว ตระไคร้ก็สามรถลดไข้ ลดอุณภูมิของร่างกายได้ (แต่ถ้าไข้สูง แนะนำให้พบแพทย์นะครับ)

 วิธีใช้สมุนไพร  ในสูตรนี้นอกจากตะไคร้แล้ว จะมีการใช้เหง้าขิงร่วมด้วย โดยที่ ใช้ขิงและตะไคร้ อย่างละ ¼ แก้ว และใช้น้ำ 3 แก้ว จากนั้นตั้งไฟเคี่ยวไปเรื่อยๆด้วยไฟอ่อนจนให้น้ำงวดลงจนเหลือ ประมาณ 2 ใน 3    เวลาทานก็ทานทีละ 1/3  แก้ว วันละ  3-4 ครั้ง

 

สุตรที่ 3  ใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือน   หลายคนอาจจะบอก่าผู้เขียนเป็นผู้ชาย จะมาเข้าใจอะไรในอาการนี้ขอผู้หญิง แน่นอนครับผมอาจจะไม่เคยปวดประจำเดือน  แต่ฟังจากคำบอกเล่า ของคุณแฟนแล้ว ก็พอเข้าใจครับว่ามันทรมานขนาดไหน

วิธีใช้สมุนไพร ใช้ต้นและรากตระไคร้สด 1 กำมือ  หั่นบางๆ ผึ่งแดดให้แห้ง ใช้ชงเป็นชากับน้ำร้อนใช้ดื่มต่างน้ำ

 

สูตรที่ 4 บำรุงผมสวยด้วยตะไคร้  มาถึงสูตรนี้เป็นเรื่องความสวยความงามกันบ้าง  สำหรับสาวๆ (หนุ่มๆ) ท่านใดอยากมีผมสวยสุขภาพดี มาลองสูตรนี้ดูกัน

วิธีใช้สมุนไพร  ใช้ต้นบนดินสดๆ ตัดใบทิ้ง (แบบที่เขามัดรมกันขายในตลาดนั่นแหละครับ) ใช้ประมาณ 3-4 ต้น นำมาหั้นแล้วตำให้ละเอียด(หรือปั่นด้วยเครื่องปั่นก็ได้) จากนั้นเติมน้ำสัก 2 ถ้วยแก้ว คั้นเอาแต่น้ำ นำมาโชลมเส้นผมที่สระเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ 10-15 นาทีสระออกให้หมด จะช่วยทั้งขจัดรังแค ทำให้เส้นผมดำเงางาม อีกทั้งสำคัญที่สุดคือแก้ในเรื่องผมแตกปลายได้อีกด้วย

 

สูตรที่ 5 รักษาอาการขัดเบา อาการขัดเบา หรือปัสสาวะขัดนั้น ในตำรายาสมุนไพรไทย ก็ได้เขียนเอาไว้จึงนำมาลองให้อ่านดู

วิธีใช้สมุนไพร  สำหรับรักษาอาการขัดเบา ใช้เหง้าและลำต้นสด หรือแห้ง 1 กำมือ หรือน้ำหนักสด 40-60 กรัม ถ้าแห้งก็ 20-30 กรัม ทุบต้มกับน้ำพอควร แบ่งดื่ม 3 ครั้ง ๆ ละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร) ก่อนอาหาร หรือ จะหั่นตะไคร้คั่วด้วยไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ดื่มแต่น้ำ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วยชา ก่อนอาหาร ข้อควรระวัง การใช้สมุนไพร ช่วยแก้อาการขัดเบานี้ ไม่ไช้กับคนไข้ที่มีอาการบวมน้ำ

 

เป็นไงครับกับ 5 สูตรที่ได้นำมาฝาก สนใจสูตรไหนก็ลองทำดูได้ไม่เสียหลายนะครับ

ฝากนิดนึงสำหรับคนที่จะนำบทความนี้ไปเผยแพราต่อ ทางเว็บเรายินดีครับ แต่อย่าลืมท้ายบทความช่วยลงลิงค์

http://ไทยสมุนไพร.net เพื่อเป็นเครดิตด้วยนะครับ จะได้มีกำลังใจเขียนบทความดีๆต่อไป

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก หนังสือสมุนไพรไทยในวัด ,เว้บไซด์ สมุนไพรไทย 200 ชนิด:สมเด็จพระเทพ

 

อัญชัน ดอกไม้สมุนไพร

อัญชันหลายคนคงเคยเห็น แบบที่ขึ้นเองตามข้างถนนบ้าง หรือปลูกบ้างก็มี ใครจะรู้ว่าสีม่วงสดใสของอัญชันจะแฝงด้วยคุณค่าหลายอย่างอัญชัน สมุนไพรไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Clitore ternatea Linn. วงศ์ Papilionaceae

ชื่ออังกฤษ Butterfly pea, Blue pea, Asian pigeon-wings

ชื่อท้องถิ่น แดงชัน เอื้องชัน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

อัญชันเป็นไม้เลื้อยซึ่งปลูกเป็นไม้ประดับรั้วหรือซุ้มทั่ว ๆ ไป ลำต้น มีขนนุ่ม ใบ เป็นช่อ มีใบย่อยรูปไข่ 5-7 ใบ อัญชันมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดดอกขาว และชนิดดอกสีน้ำเงิน (ขาบ) แต่ละชนิดมีทั้งดอกเป็นชั้นเดียวและดอกซ้อน ชนิดพันธุ์ทางมีดอกสีม่วงเกิดจากการผสมระหว่างดอกสีขาวและสีน้ำเงิน

การใช้ในเครื่องสำอางและสรรพคุณทางยา

ผมดกดำ นุ่มสลวย

ดอกอัญชันใช้ทำแชมพูสระผม ช่วยให้ผมดกดำ นุ่มสลวย

แต่งสีอาหาร

ดอกอัญชันสีน้ำเงินใช้แต่งสีอาหารได้ ใช้เป็นสีผสมอาหารในขนหลายชนิด เพื่อนให้ขนมนั้น ๆ มีสีน้ำเงิน สีฟ้า สีม่วง เช่น ขนมช่อม่วง ขนมเรไร ขนมขี้หนู ขนมน้ำดอกไม้ วิธีสกัดสีจากดอกอัญชัน ทำได้โดยนำกลีบดอกอัญชันมาบดในน้ำเล็กน้อย กรองผ่านผ้าขาวบาง บีบน้ำออกได้สีน้ำเงิน ถ้าต้องการสีม่วงให้เติมมะนาวลงไปเล็กน้อย

เมล็ด

ใช้เป็นยาระบาย แต่มักจะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

ราก

 

มีรสขม ใช้เป็นยาขับปัสวะและใช้เป็นยาระบาย

 สารสำคัญ

 

ชนิดที่กลีบดอกสีน้ำเงิน จะมีสารพวก Anthocyanin ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นตัวบ่งชี้ทางสารเคมี (indicator) เช่นเดียวกับลิตมัส (litmus) ในสภาวะที่เป็นกรดจะมีสีออกไปทางสีแดง ในด่างจะออกสีน้ำเงิน

 

ว่านหางจระเข้ เพื่อผมสวย ผิวใส

ไม่ว่าจะว่านหางจรเข้ หรือ ว่านหางจระเข้ คำไหนเขียนผิดหรือเขียนถูก ผมก็ไม่รู้ แต่ถ้าเรื่องสรรพคุณ ความเป็นสมุนไพรไทยของมัน ก็พอจะบอกได้

ว่านหางจระเข้ สมุนไพรไทยชื่อทางวิทยาศาสตร์ Aloe barbadenisi Mill. วงศ์ Liliaceae

  1. indica Royle
  2. vera Linn.

ชื่ออังกฤษ

Aloe, Star Cartus< Aloin<Jafferabad,Barbados

ชื่อท้องถิ่น ว่านไฟไหม้ (เหนือ) หางตะเข้ (กลาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ส้มลุกอายุหลายปี สูง 0.5-1 เมตรข้อและปล้องสั้น ใบ เป็น ใบเดี่ยว เรียงรอบต้น กว้าง 5-12 เซนติเมตร ยาว 30-80 เซนติเมตร อวบน้ำมาก สีเขียวอ่อนหรือสีเขียวเข้ม ภายในมีวุ้นใสใต้ผิว สีเขียวมีน้ำยางสีเหลือง ใบอ่อน มีประสีขาว ดอก เป็นช่อออกจากกลางต้น ดอกย่อย เป็นหลอดห้อยลงสีส้ม บานจากล่างขึ้นบน ผล เป็นผลแห้ง แตกได้

การใช้ในเครื่องสำอางและสรรพคุณทางยา

ลบรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว

วุ้นจากว่านหางจระเข้ ใช้ทาลดความมันบนใบหน้า ลดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว รักษาการอักเสบต่าง ๆ ทำให้สิวแห้งหลุดง่าย

วิธีใช้ โดยนำใบว่านหางจระเข้ขนาดพอเหมาะมาปอกเปลือกออกให้เกลี้ยงล้างด้วยน้ำสะอาดให้หมดยาง ตาเอาเฉพาะวุ้นใส ๆ ทาบาง ๆ ตอนเช้าและก่อนนอน นาน 6 เดือน ทำให้ ผิวหน้ามีน้ำมีนวล ไร้รอยสิวและรอยแผลเป็น

บำรุงผมและหนังศีรษะ

ใช้สระผมช่วยบำรุงหนังศีรษะ ป้องกันผมร่วง และช่วยลดความมันของเส้นผมได้ ลดอาการคัน ไม่มีรังแค และทำให้ผมไม่หงอกเร็วโดนนำว่านหางจระเข้ที่แก่มาปอกเปลือกเอาแต่ส่วนที่เป็นวุ้นนำมาบดใช้ 2 ช้อนโต๊ะ ขยี้ผมให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

ตำราไทยใช้น้ำยางสีเหลืองขากใบ เคี่ยวให้แห้งเรียกว่า ยาดำ เป็นยาระบาย วุ้นสดของใบใช้ปิดขมับแก้ปวดหัว ใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลไหม้เกรียมจากแสงแดนและการฉายรังสี แผลสด แผลเรื้อรัง ใช้กินรักษาแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในเครื่องสำอาง เช่น แชมพูสระผม สบู่ และครีมกันแดด

สารสำคัญ

ในยางมี แอนทราควิโนน

ในวุ้นมี กลับโคโปรตีน aloctin A สลายตัวง่ายเมื่อถูกความร้อน

ข้อควรระวัง

  1. การใช้ว่านหางจระเข้เป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกัน ทั้งโดยการรับประทานหรือใช้ภายนอก อาจเกิดอาการแพ้เป็นผื่นคันได้ จึงไม่ควรใช้ติดต่อกันนาน ๆ
  2. สารในวุ้นของว่านหางจระเข้สลายตัวได้ง่ายและรวดเร็วจึงควรเก็บไว้ในตู้เย็น หรือเตรียมใหม่สด ๆ ก่อนใช้

มะกรูด สมุนไพรไทย รูปไม่สวยแต่น่าใช้

มะกรูด สมุนไพรไทยชนิดนี้ พบเห็นได้ง่าย ใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน ทั้งใบ และ ผล มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

มะกรูด สมุนไพรไทยชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus hystrix DC วงศ์ Rutaceae

ชื่ออังกฤษ Leech lime

ชื่อท้องถิ่น มะขุน มะกรูด ส้มกรูด

ลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์

เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กมีหนามตามลำต้นและกิ่งก้านใบสีเขียวแก่ ตรงกลางใบจะแคบทำให้มองดูเหมือนเป็น 2 ใบ ภายในมีต่อมน้ำมัน มีกลิ่นหอมดอกมีสีขาว ผลมีสีเขียวผลขรุขระเวลาสุกจะมีสีเหลือง

การใช้ในเครื่องสำอางและสรรพคุณทางยา

รักษา ชันนะตุ รักษารังแค

น้ำคั้นจากผลใช้รักษาชันนะตุ รักษารังแค่ทำให้ผมสะอาดชุ่มชื่นเป็นเงางาม ดกดำผมลื่นโดยใช้มะกรูดแก่แต่ไม่สุกผ่าครึ่งออกเป็น 2 ชิ้นแกะเมล็ดออกเมื่อสระผมเสร็จแล้วให้เอามะกรูดสระซ้ำจะทำให้ผมสะอาดเป็นมัน

สุวคนธบำบัด

น้ำมันหอมระเหยจากเปลือกผลสดใช้แต่งกลิ่นสบู่และแชมพูลดอาการซึมเศร้า รักษากระเพาะปัสสะวะอักเสบ( ผสมในอ่างน้ำ)

ยาบำรุงหัวใจ

ขับลมในลำไส้ แก้แน่น แก้เสมหะ ฝานผิวมะกรูดสุกเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ช้องแกง เติมการบูรหรือพิมเสน 1 หยิบมือชงด้วยน้ำเดือดแช่ทิ้งไว้ดื่มแต่น้ำรับประทาน 1 – 2 ครั้ง ถ้ายังไม่ทุเลาจะรับประทานติดต่อกัน2-3วันก้อได้

ประคำดีควาย อยากรังแคหายขาด ต้องลองใช้

สมุนไพรไทย ตัวนี้ชื่ออาจจะน่ากลัวนิดนึง แต่ถ้าลองได้รู้จัก และลองใช้ดูแล้ว จำรู้ว่ามันมีประโยชน์มาก ชนิดที่ท่านอาจลืม แชมพูขจัดรังแคที่ใช้อยู่เป้นประจำเลยก็เป็นได้

ชื่อวิทยาศาสตร์ Sapindus rarak A.DC.วงศ์ Sapindaceae

ชื่ออังกฤษ Soap nut tree, soap berry

ชื่อท้องถิ่น มะคำดีควาย (กลาง ใต้ ) มะซัก ส้มป่อยเทศ (เหนือ) ชะแซ ซะเหล่เด

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ประคำดีควายเป็นไม้ยืนต้นสูง 5-10 เมตรเปลือกสีน้ำตาลอมเทา ค่อนข้างเรียนหรือแตกเป็นร่องไปตามยาวของลำต้น ใบเป็นใบรวมแบบขนนก ใบย่อยเป็นรูปไข่ดาว ออกสลับกัน ดอกสีนวลออกรวมกันเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่ง กลีบดอกมี 5 กลีบผลฉ่ำน้ำค่อนข้างกลมโตสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอ่อน ภายในมีเมล็ดกลมสีดำมีเปลือกหุ้ม 1 เมล็ด

การใช้เครื่องสำอางและสรรพคุณยา

แก้รังแคและรักษาหนังศีรษะ

ผลของประคำดีควายมีสารกลุ่มซาโปนินกลัยโคไซด์ ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้เกิดฟองเมื่อเขย่ากับน้ำ เป็นสารลดแรงตึงผิวใช้ประโยชน์ในการชำระล้างร่างกาย เป็นสารลดแรงตึงผิว ใช้สระผม แก้รังแค และรักษาหนังศีรษะ เช่นชันนะตุบนหัวเด็ก ใช้เป็นสารชะล้าง ใช้ซักผ้าโดยใช้ผลแห้ง 5 ผลทุบพอแตกต้มกับน้ำประมาณ 1 ถ้วยใช้ทาที่หนังศีรษะบริเวณที่เป็นวันละ 2 ครั้งจนกว่าจะหาย

 

สารสำคัญ

เนื้อผลมี saponin, emarginatoside, quercetin, quercetin-3-

น้ำมันที่บีบจากเมล็ดมี palmitic acid และ stearic asid

ข้อระวัง

ความเป็นพิษถ้ารับประทานทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนและท้องร่วง ผง saponin เข้าทางจมูกทำให้เกิดความระคายเคือง ทำให้จามถ้าฉีดเข้ากระแสโลหิต ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกเป็นพิษมากแก่สัตว์เลือดเย็นและถ้าใช้สระผมต้องระวังไม่ให้น้ำยาเข้าตาเพราะจะทำให้แสบตาและตาอักเสบ

เทียนกิ่ง เปลี่ยนสีผมด้วย สมุนไพรไทย

หลายคนเช่น ผมเอง เป็นคนที่ต้องย้อมผมอยู่เป็นประจำ ไม่ใช่ด้วยเหตุผลของเรื่องแฟชั่น แต่มันเพราะได้เจ้าผมหงอกมันดันขึ้นมาไม่หยุดไม่หย่อน แต่การย้อมผมแต่ละทีแทบจะต้องพะอืดพะอมกับกลิ่นของน้ำยาย้อมผม บทความนี้เองจะเสนออีกหนึ่งวิธี ที่เราจะเปลี่ยนสีผม ด้วยสมุนไพรไทยกันครับ

เทียนกิ่ง สมุนไพรไทยชื่อวิทยาศาสตร์ Lawsonia inermis Linn วงศ์ Lythraceae

ชื่ออังกฤษ henna tree , sinnamomo,Egyptian private

ชื่อท้องถิ่น เทียนย้อม เทียนไม้ (ไทย) เทียนป้อม เทียนต้น (กลาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็นไม้ยืนต้นสูง 30-50 เซนติเมตรแตกกิ่งก้านมากใบเดี่ยวเรียงตรงกันข้ามรูปวงรีกว่าง 1-2 เซนติเมตรยาว 3-4 เซนติเมตรเนื้อใบค่อนข้างแข็ง ดอก ช่อออกที่ปลายกิ่ง มีดอกทั้งปี ดอกย่อยขนาดเล็ก มีสองพันธุ์คือพันธุ์ดอกขาวและพันธุ์ดอกแดง ผล ผลเป็นผลแห้งแตกได้ รูปกลมสีเขียวแกจัดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน

การใช้เครื่องสำอางและสรรพคุณยา

เทียนกิ่งหรือเฮนน่า เป็นสมุนไพรที่ย้อมผมกันมานานชาติที่นำมาย้อมผมเป็นชาติแรกคือ อียิปต์ เทียนกิ่งเมื่อใช้ย้อมผมจะทำให้ได้ผมสีไปทางสีแดงหรือสีแดงปนส้มนอกจากย้อมผมแล้วยังใช้ย้อมเล็บ ฝ่ามือ และฝ่าเท้านางระบำด้วยนอกจากนี้ยังพบว่าในเทียนกิ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิด สารสกัดเอทานอล 95 % มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ สารสกัดใบเทียนกิ่งด้วยน้ำมีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบตัว ได้มีผู้ทดสอบความเป็นพิษของใบเทียนกิ่งในคนพบเมื่อให้รับประทานคนละ30 กรัมไม่พบว่าเป็นพิษแต่ถ้าให้ไปนานๆจะมีอาการเบื่ออาหาร และมีอาการเคลื่อนไหวของลำไส้มาก และเมื่อทดสอบในสุนัขก็ไม่ปรากฏอาการพิษจะเห็นว่าการการใช้ใบเทียนกิ่งย้อมผมจึงค่อนข้างปลอดภัย

ย้อมผม

ใช้ใบเทียนกิ่งตากแห้ง 8-12 หมักในน้ำชาจีน 1 คืน ตอนเช้าเติมกาแฟ 1 ช้อนชา ไข่แดง 1 ฟอง คนให้เข้ากันชโลมให้ทั่วเส้นผมทิ้งไว้ 2- 3 ชั่วโมงจึงล้างออกทำซ้ำๆกันหลายๆครั้งจะได้ผมสีดำหรือน้าตาลอมแดง

เครื่องสำอางพอกเล็บ

ใช้ใบเทียนกิ่งสดตำพอกเล็บทำให้เล็บมีสีน้ำตาลอมเหลือง

สารสำคัญ

สารเคมีที่สำคัญในการย้อมผมที่มีในใบคือ Lawsone หรือ 2- hydroxy-1, 4-napthoquinone นอกจากใช้ย้อมผมแล้ว  Lawsone ยังช่วยป้องกันผมจากแสงแดดและไม่มีฤทธิ์การก่อกลายพันธุ์จากงานวิจัยพบว่า Lawsone ติดผมไม่แน่นเท่ากับสารสกัดจากเฮนน่าแสดงว่าการย้อมผมโดยใช้ผงใบเทียนกิ่งย้อมดีกว่าสารบริสุทธิ์ Lawsone